เช็คให้ชัวร์ ก่อนเลือกซื้อรถมือสองให้ได้รถสภาพใหม่ และราคาเหมาะสม

 

การเช็ครถมือสองให้ชัวร์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถนั้น จะต้องมีการเช็ครถให้ชัวร์ก่อนที่จะทำการตกลงซื้อขายกัน ซึ่งจะต้องเลือกอย่างไรดี ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1.จะต้องดูปีของรถยนต์ด้วย

ซึ่งจะต้องดูด้วยว่า รถยนต์มือสองที่คุณต้องการซื้อนั้น เป็นปีไหน มีอายุการใช้งานมามากหรือน้อยเพียงใดบ้าง ซึ่งจะต้องดูด้วยว่า สภาพของรถนั้นใหม่หรือไม่

2.ดูภาพรวมของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ของรถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกและตรวจดูสภาพรถ รวมถึงเครื่องยนต์ด้วยว่า มีการยกเครื่องเปลี่ยนใหม่ หรือไม่ หรือจะเป็นเครื่องยนต์แบบเดิมที่มากับตัวรถตั้งแต่แรก มีการซ่อมเยอะไหม   ซึ่งจะต้องใช้ประสบการณ์ในการดูรถสักนิดนึงด้วย

3.ดูรายละเอียดภายในและภายนอกตัวรถ

ซึ่งในการเลือกรถยนต์มือสองนั้น  จะต้องเลือกและดูรายละเอียดทั้งภายในและภายนอก รวมถึงจะต้องศึกษาว่า รถยนต์มือสองแต่ละรุ่นนั้นได้มีรายละเอียดหรือตำหนิ ทั้งภายนอกและภายในอย่างไรบ้าง  เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันกับรุ่นที่คุณต้องการซื้อนั่นเอง พร้อมทั้งยังต้องศึกษารายละเอียดของรุ่นและปีของรถด้วยว่า เป็นรุ่นอะไรและปีไหนกันแน่ ซึ่งรถแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นก็มีจุดสังเกตไม่เหมือนกัน นอกจากนี้จะต้องดูรายละเอียดอย่างอื่นเพิมเติมด้วย  เช่นระบบไฟฟ้า และระบบต่าง ๆ ภายในรถยนต์

4.มีประกันหรือไม่

จะต้องมีการตรวจสอบด้วยว่า มีการประกันหรือไม่ ซึ่งหากว่าเป็นรถยนต์ที่มีประกันมาด้วย จะดีมาก

5.รถยนต์มือสองสภาพเดิม

สำหรับรถยนต์มือสองที่ไม่ได้มีการดัดแปลงอะไรเลย นั้นเป็นรถยนต์มือสองที่ดีที่สุด เนื่องจากว่าการดัดแปลงสภาพนั้น อาจจะไม่ได้ดีแบบรถยนต์แบบเดิม และนอกจากนี้รถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกอย่างพิจารณา และสังเกตให้ดีก่อน  เกมคาสิโน

และก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกอย่างใส่ใจในรายละเอียด ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ ตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้เลือกรถอย่างดีที่สุด นั่นเอง  อีกทั้งในเรื่องของการประกันรถยนต์ที่ยังไม่ถึง 10ปี ก็สามารถซื้อประกันชั้น 1 ได้ หากว่ารถยนต์ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 10-15 ปีสามารถซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ 3 ส่วนรถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี สามารถลือกซื้อประกันภัยชั้น 3 ซึ่งจะมีความเหมะสมกว่า ด้วยราคา     เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคการเลือกรถยนต์มือสอง เพื่อให้คุณเลือกรถยนต์มือสองที่มีสภาพดี และยังเป็นรถยนต์มือสองที่มีความเหมาสมในเรื่องของสภาพ และระบบทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังเป็นรถยนต์มือสองที่มีความเหมาะสมในเรื่องของราคาอีกด้วย

 

Continue Reading

ความรู้กฎจราจรเบื้องต้นที่คนใช้รถควรรู้

อันตรายบนท้องถนนนั้นเกิดขึ้นทุกวัน
ชึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดได้แบบที่ใครก็ไม่คาดคิดและไม่อยาก
ที่จะให้เกิดอยู่แล้ว
นั้นดังผู้ที่ใช้รถยนต์เป็นพาหนะต้องมีสติและระลึกอยู่เสมอ
และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนที่จะขับรถออกจากบ้านคือกฏหมายจราจรเบื้องต้นเสี
ยก่อน
สำหรับ กฎหมายจราจรที่ใช้เป็นหลักในประเทศไทยก็คือ
พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4)
พ.ศ.2535 เหตุผลหลักง่ายๆ
ที่ต้องมีกฎหมายจราจรมาใช้บังคับก็เพื่อให้เกิดความสะดวกรถไม่ติดขัด
และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ส่วนกฏหมายจราจรเบื้องต้นที่คุณควรรู้มีดังนี้
1.เขตปลอดภัย
พื้นที่ในทางเดินรถที่มีเครื่องหมายแสดงให้เห็นได้ชัดเจนทุกเวลา
สำหรับให้คนเดินเท้าที่ข้ามทางหยุดรอ
หรือให้คนที่ขึ้นหรือลงรถหยุดรอก่อนจะข้ามทางต่อไป เช่น
บริเวณที่ทาสีขาวกลางถนน หรือที่เรียกว่าเกาะสมมุติ เป็นต้น
2.ที่คับขัน

เป็นสัญญาณที่บอกถึงทางที่มีการจราจรพลุกพล่านหรือมีสิ่งกีดขวางหรื
อในที่ซึ่งมองเห็นหรือทราบได้ล่วงหน้า ว่าอาจเกิดอันตราย
หรือความเสียหายแก่รถหรือคนได้ง่าย
3.เมื่อผู้ขบขี่พบสัญญาณไฟกระพริบสีแดง
ผู้ขับขี่หยุดรถหลังเส้นให้รถหยุดเส้นที่ขีดขวางถนน
เมื่อเห็นว่าปลอดภัย และไม่เป็นการกีดขวางการจราจร
แล้วให้ขับรถต่อไปด้วยความระมัดระวัง
4.เมื่อผู้ขบขี่พบสัญญาณไฟกระพริบสีเหลือง

ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วของรถลงและขับผ่านทางเดินรถนั้นไปด้วยความร
ะมัดระวัง ผ่อนความเร็วลงจากเดิม
5.ลักษณะของรถที่จะใช้วิ่งในท้องถนน
รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรง
มีส่วนควบอุปกรณ์ไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด
หรืออาจเกิดอันตราย หรือเสื่อมเสียสุขภาพอนามัยแก่ผู้ใช้รถ
คนโดยสารหรือประชาชน เช่น รถที่มีโคมไฟหน้าหรือโคมท้ายชำรุด
รถที่มีเครื่องห้ามล้อชำรุด รถที่มีเสียงดังเกิน 85เดซิเบล
นอกจากนี้รถที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนแต่นำมาวิ่งก็ถือว่าผิดกฏหมาย
นอกจากนี้สิ่งสำคัญเกี่ยวกับการใช้รถบนท้องถนน
คือต้องเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้ปลอดภัยเพื่อเว้นระยะเบรคหากเกิ
ดกรณีกระทันหัน ส่วนถนนที่ใช้รถสวนกัน
ผู้ขับขี่ควรที่จะชิดทางด้านซ้ายของทางเดินรถ
และให้ถือกึ่งกลางของทางเดินรถ
หรือเส้นหรือแนวที่แบ่งทางเดินรถเป็นหลัก
รวมไปถึงเวลาที่เจอสิ่งของกีดขางก็ควรที่จะขับรถหลีกสิ่งกีดขวางล้ำเข้
าไปในเส้นกึ่งกลางของทางเดินรถทางด้านขวาได้
และต้องไม่เป็นการกีดขวางการจราจรของรถที่สวนทางมา
หากไม่สามารถขับผ่านไปได้ต้องหยุดรอให้รถที่ขับสวนทางรถขับผ่านม
าก่อน…

Continue Reading

ดูแลสีรถอย่างไรให้ดูใหม่ตลอดกาล

เวลาได้รถใหม่เรามักจะทุ่มทุนมากเป็นพิเศษ
ในการดูแลรักษาหากมันเป็นรถคันแรกของคุณที่สะสมเงินเก็บแต่ก็ต้องรู้จักดูแลรักษา
รวมถึงรู้จักเลือกของตกแต่งให้มันคุ้มเงินและควรรู้ว่าอะไรควรเปลี่ยนหรืออะไรไม่ควรเปลี่ยน

การดูแลที่ดีเบื้องต้นที่เราสามารถทำได้โดยมีข้อมูลมาแนะนำให้ผู้งานได้ทราบเริ่ม
ต้นกันที่ ฝุ่นหรือสะเก็ด เป็นสิ่งที่สกปรกที่ตามมาจากท้องถนนทั่ว
ควรขจัดฝุ่นออกด้วยการฉีดล้างด้วยน้ำและตามมาด้วยการเช็ดด้วยผ้าแห้ง

ส่วนการเช็ดให้ถูกวิธีนั้นหากคำนึงถึงการรักษาที่ถูกวิธี
ควรเช็ดด้วยผ้าชามัวร์หรือผ้าขาวสะอาดที่ซับน้ำได้ดีเพราะผ้าประเภทนี้
จะไม่ทำให้เกิดรอยโดยเริ่มเช็ดตั้งแต่บริเวณด้านบน(หลังคา)ก่อนเพื่อให้น้ำ
ที่เราผสมน้ำยาล้างรถจรดกระจายกันทั่วรถส่วนล่าง(ประตู)ส่วนที่ควรเช็ดให้แห้งที่สุด คือ
บริเวณขอบประตู ด้านในกระโปรงรถไล่มาถึงฝาถังน้ำมันและกระจกด้านหน้า

อีกอย่างปัญหาที่พบเป็นประจำในขณะเดินทางหรือไปไหนมาไหนคือ ยางมะตอย
หากผ่านในจุดที่มีการก่อสร้างถนนมันคือปัญหาใหญ่และเป็นอีกหนึ่งรอยเปื้อน
นี้พบเจอกันเป็นประจำในการใช้รถใช้ถนนในบ้านเราถือว่าเป็นปัญหากรี๊ดแตก
หากรถอันเป็นที่รักวิ่งไปโดน และก่อให้เกิดปัญหาเรื่องสีที่ค่อนข้างน่าหนักใจ การหาวิธี
ลบรอย ยางมะตอย เป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ชอบดูแลรถ

เพราะผลที่จะเกิดตามมาจากการที่มีคราบรอยยางมะตอยติดที่ผิวรถอาจมีอันตราย
มากกว่าที่คิดหากไม่อยากเสียเงินเพื่อพ่นสีใหม่และนอกจากการหาวิธี
ลบรอยยางมะตอย การป้องกันก็สำคัญ
หนึ่งในวิธีป้องกันที่ดีมากที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ การ เคลือบแก้ว

การ เคลือบแก้ว
เป็นการสร้างชั้นฟิล์มที่มีความใสคลุมชั้นสีแท้ของรถเหล่ารถหรูหากคงไม่อยากให้
มีรอยก็คงใช้วิธีนี้ในการดูแล เรื่องราคานั้นอาจจะแพงไปหน่อยสำหรับผู้ที่มีทุนต่ำ

หากระดับคนเงินถุงถือว่าสามารถเคลือบแก้วด้วยเกรดพรีเมียมได้เลย
และมันคุ้มค่าสำหรับรถคุณเองอีกด้วย
ซึ่งชั้นฟิล์มนี้มีคุณสมบัติความลื่นมีแวววาวเป็นจุดเด่นและยังป้องกัน
การยึดเกาะจากยางมะตอยไม่ให้สามารถยึดติดกับตัวรถได้

ดังนั้นการทำ เคลือบแก้ว
เอาไว้เป็นวิธีการช่วยป้องกันปัญหาที่จะเกิดจากยางมะตอยที่เกิดจากตามถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยให้เรามั่นใจได้ในการใช้งานรถมากขึ้นและสบายใจว่าจะไม่ลงไปทำลายลึกไปสัมผสถึงรถอันเป็นที่รักได้…

Continue Reading

Toyota Alphard Vellfire ตัวเลือกที่ใช้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

ความนิยมรถยนต์นำเข้าเป็นที่แพร่หลายในเมืองไทย หนึ่งในสาเหตุที่เป็นที่นิยม
เพราะคุณภาพของรถจำพวกนี้มีมาตรฐานสูง การขับขี่เยี่ยมที่จะทำให้รู้สึกปลอดภัย และสบายใจสำหรับผู้ใช้งาน
อีกส่วนหนึ่งที่กลายเป็นที่นิยมมาจากการเลือกตามการใช้งาน
เราอาจเห็นรถนำเข้าส่วนใหญ่มักนิยมใช้แบบสปอร์ตหรูหรา แต่ก็มีบางส่วนที่นิยมรถนำเข้าแบบนหลายที่นั่ง
ซึ่งตอบโจทย์สำหรับคนที่ต้องการรถนำเข้าที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายใน
โตโยต้า Alphard Vellfire อาจเป็นตัวเลือกสำหรับผู้นิยมใช้งานรถประเภทนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่า
บริษัทโตโยต้า ประเทศไทยเตรียมนำรถรุ่นดังกล่าวเข้ามาจำหน่ายในไทย ก่อนที่ล่าสุดงาน Motor Show
ที่จัดขึ้นที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี เมื่อปลายเดือนมีนาคมได้นำมาเปิดตัวอวดโฉมเป็นที่เรียบร้อย
เดิมที โตโยต้า Alphard Vellfire เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปลายปี 2017 และได้รับความนิยมอย่างมาก
เพราะไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่ดึงดูดผู้ใช้งาน แต่เครื่องภายในจัดว่ายอดเยี่ยมเหมาะสมกับการรอคอย
โดยเครื่องยนต์รถรุ่นดังกล่าวถูกผลิตออกมาถึง 3 รุ่นได้แก่ เบนซิล 2.5 ลิตร ที่มีกำลังวิ่งสูงสุดถึง 182 แรงม้า
ส่วนอีกเครื่องเป็นเบนซิล 2.5 ลิตร Hybrid มีกำลังว่ง 152 แรงม้า และสุดท้ายเป็น เบนซิน V6 3.5 ลิตร
ซึ่งมีกำลังสูงสุดถึง 301 แรงม้าเลยทีเดียว
สำหรับการออกแบบมีให้เลือกสีขาวเรียบหรูหรือจะเป็นสีสำที่ดูดุดัน แต่มีสเน่ห์เย้ายวน
ภายในเป็นระบบทำงานด้วยไฟฟ้าทั้งหมด เบาะผลิตจากหนังตกแต่งภายในได้สุดหรู โซนคนขับมีแป้นกดปรับวิทยุ
และอุปกรณ์ต่างๆรวบรวมไว้ที่พวกมาลัย มีจ่อทัชสกรีน และ GPS และกล้องหลัง ในตัว โดยมีที่นั่งถึง 6 ที่
เบาะเป็นทรงสปอร์ตคุณภาพเยี่ยม
โดยรถรุ่นนี้ออกแบบมาถึง 3 รุ่น สำหรับเป็นตัวเลือกให้ผู้ใช้ได้จับจอง
ซึ่งต้องบอกว่าราคาที่ออกมาไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน Vellfire 2.5 CVT
ราคาจะอยู่ที่ 3,399,000 บาท ส่วน Alphard 2.5 Hybrid ราคา 3,549,000 บาท และ Alphard 3.5
Executive Lounge ราคา 4,649,000 บาท ทั้งหมดนี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้า
และทั้งหมดนี้คือรถยนต์นำเข้าจากการแนะนำของ ที่อาจเป็นตัวเลือกตอบโจทย์ของคุณ…

Continue Reading

ขั้นตอนการดูแลรถยนต์

ในปัจจุบันนั้น วิธีการดูแลรถมี หลากหลายหรือการล้างรถแบบง่ายๆ หรืออาจดูแลรักษาเป็นพิเศษด้วยวิธีการต่างๆ
มากมายในการดูแลรักษาสีรถยนต์แบบง่ายไม่เปลืองแรงและเวลา
ขัดเคลือบสี
การขัดสีก็คือขัด ผิวหน้าของสีหรือแล็กเกอร์ออกไป เพื่อให้สีเรียบเนียนและก่อให้เกิดความเงางาม
การขัดผิวหน้าของสีหรือแล็กเกอร์ออกไป นั้นทำให้ชั้นสีที่เคลือบอยู่บางลง เหมือนเวลาที่เราขัดหน้าด้วยผงขัดละเอียด
ๆ แม้หน้าจะกระจ่างใสขึ้น แต่หลังจากทำแล้วจะรู้สึกแสบ ๆ ผิวหน้านั่นเป็นเพราะผิวหนังถูกขัดออกไป
เทคนิคการล้างสีรถ
1. เริ่มจากฉีดน้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกต่างๆ หลุดออกจากตัวรถให้มากที่สุด
2. นอกจากใช้น้ำเปล่าล้างแล้ว ควรใช้แชมพูล้างรถร่วมด้วย
3 .เริ่มทำความสะอาดจากด้านบนก่อน จากนั้นแล้วค่อยล้างจากส่วนบนและลงล่าง
4.ใช้ผ้าที่ขนนุ่มหรือผ้าสำลีในการล้างรถ ไม่ควรใช้ฟองน้ำล้างรถเพราะเม็ดทรายหรือฝุ่น
จะติดอยู่ในรูพรุนของฟองน้ำ เมื่อถูไปกับผิวสีรถ จะทำให้เกิดรอยขีดข่วน หรือหากใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยจะดีมาก
5.แยกใช้ผ้า 3 ผืน ผืนแรกใช้สำหรับล้างส่วนบน หลังคา ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และกระจกรถ
ผืนที่สองใช้ล้างด้านล่างของตัวรถ ตั้งแต่ขอบกระจกด้านล่างลงมา ผืนที่3ใช้สำหรับทำความสะอาดล้อ
และส่วนอื่นที่สกปรกมาก ถ้ามีผ้าผืนเดียว ก็แนะนำให้ซักผ้าบ่อยๆ เพื่อกำจัดเอาเศษฝุ่น โคลน ออกจากผ้า
6. ฉีดน้ำไล่แชมพูออกให้หมด ใช้ผ้าแห้งนุ่มเช็ดรถให้แห้งทันที จะได้ไม่มีฝุ่นเกาะ และไม่เกิดคราบน้ำบนผิวสีรถ
การใช้น้ำฉีดเป็นวิธีที่ดีสำหรับการล้างรถ แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่จำเป็นต้องล้างรถ โดยใช้ถังใส่น้ำ
จงท่องจำเอาไว้ในใจว่า ต้องหมั่นซักและขยี้ผ้า และต้องเปลี่ยนน้ำในถังบ่อย ๆ มิฉะนั้น สิ่งสกปรก
และเม็ดทรายที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ อาจทำให้เกิดริ้วรอยขีดข่วนบนรถได้
ผ้าคลุมรถก็เป้นอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกันผ้าคลุมรถมีไว้เพื่อใช้ถนอมสีรถ
ไม่ว่าจะผืนหลักร้อย ผืนละสามพัน หรือแพงกว่านั้น
ไม่ควรคลุมแล้วจอดกลางแจ้งเพราะไอร้อนที่เกิดขึ้นใต้ผ้าคลุมรถนั้นสะสมสูงมาก
สูงชนิดที่ว่าอาจจะทำให้ผ้าหรือสารเคมีที่เคลือบอยู่ เช่น ผ้าคลุมกันน้ำ ละลายติดกับสีรถได้เลย
กรณีแบบนี้เจอกันบ่อยครั้ง ดังนั้นทางที่ดีที่สุดการใช้ผ้าคลุมรถควรใช้ในที่ร่ม
เท่านั้นแล้วควรเลือกผ้าคลุมที่มีคุณภาพระบายความร้อนและความชื้นได้ดี…

Continue Reading

ใช้รถอย่างไรให้ยืดอายุได้นาน

ถ้าเรามีวิธีรักษาและดูแลรถและหมั่นคอยตรวจสอบ บางปัญหาอาจจะไม่เกิดขึ้น
อีกทั้งยังเป็นการถนอมรถที่เรารักให้มีสภาพที่ดีและอยู่กับเราอีกนาน เพื่อความไม่ประมาท
บทความนี้จึงมีวิธีการดูแลรักษารถเบื้องต้นแบบง่ายๆฉบับคนรักรถมาแนะนำกัน
วิธีการดูแลรถเพื่อให้รถคงสภาพที่ดี
1.หากจอดรถไว้นาน ใช้ขาตั้งยกรถเป็นตัวค้ำเวลาจอด เพราะยางรถยนต์จะถูกกดในจุดเดียวทำให้ยางเสียทรง
ต้องเปลี่ยนใหม่
2. จอดรถในที่ร่ม เพื่อไม่ให้รถร้อน หรือจะเลือกใช้รถเป็นสีที่คายความร้อนเช่นสีสว่างเป็นมันเงาดูก็ได้
3. ทำความสะอาดแผงหน้าปัดด้วยผ้าชุบน้ำพอหมาด และหมั่นดูดฝุ่นในรถเสมอ
4.เคลือบเบาะหนังเพื่อให้รถดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ
5.แก้ปัญหาไฟท้ายมีร่องรอยด้วยการเอาเทปซึ่งขายในร้านอุปกรณ์สำหรับรถมาติด
ก่อนที่น้ำจากฝนจะรั่วซึมเข้ามาติดอยู่ภายใน
6. ต่อให้เป็นรถที่ทนทานขนาดไหนก็ไม่ควรบรรทุกของหนักเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นที่ท้ายรถหรือมัดไว้บนหลังคาก็ตาม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วควรจุไม่เกิน 90 กิโลกรัม
7. มองหาผ้ามาคลุมรถทุกครั้งตอนที่เก็บในโรงรถเพื่อรักษาสีให้ดูใหม่นาน ๆ
8. สำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้รถบรรทุกของไปด้วย ควรใช้ผ้าหนา ๆ ปูสักชั้นก่อนใส่ของลงไปด้วย
จะได้ไม่ขูดขีดโดนรถจนเป็นรอย
9.เมื่อมีสิ่งของมากระทบรถ อย่ามองข้ามแม้สิ่งเล็กน้อย เพราะแม้แต่ของอย่างลูกบอลพลาสติก
ก็สามารถทำให้เกิดรอบขนแมวบนรถเราได้ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้มีอะไรมากระทบรถจะเป็นการดีที่สุด
10.กระปุกเก็บน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ต้องมีน้ำมันอยู่ในระดับพอดี
และฝาปิดสนิทก่อนสตาร์ทเครื่องหากเจอความร้อนหลังเครื่องทำงานเข้าไป
อาจยิ่งเพิ่มความดันจนทำให้น้ำมันล้นออกมาได้
11.ไม่ควรเร่งเครื่องในตอนสตาร์ทรถทันที โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น
หากเป็นไปได้เราควรจะเร่งเครื่องหลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 10 – 20 นาที แล้วจะดีกว่า
12.ไม่ควรที่จะหยุดรถกะทันหัน เพราะจะส่งผลให้ล้อสึกอย่างรวดเร็ว
13.หลีกเลี่ยงการขับรถเร็วในช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด
14.การเคลือบแว็กซ์ที่รถ ก็เป็นการถนอมสีของรถที่ดีมากวิธีการหนึ่ง
ทั้งช่วยให้สีติดทนนานขึ้นและยังป้องกันรอยขูดขัดได้อีกด้วย…

Continue Reading

แต่งเบาะรถยนต์อย่างไรให้รอดมือโปลิศ

การแต่งรถ ถือเป็นความชอบส่วนตัว ปนความจำเป็นในการใช้งาน
แม้รถจากโรงงานหลากแบรนด์หลายยี่ห้อจะดีก็จริง
แต่หลายคนยังชื่นชอบความเร็วที่มากกว่า
หลายคนชอบความบึกบึนที่ทรหดมากขึ้น
การจะใช้ให้ได้ดังใจจึงต้องมีการต่อเติมเสริมแต่งกันบ้างเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรถซิ่ง รถแต่ง จะยกสูง โหลดเตี้ย
โมเครื่องแรง โมเครื่องเสียงดัง ติดไฟใต้รถ ระเบิดท่อไอเสียก็แล้แต่ใจชอบ
ทว่าจะขับผ่านด่านทีไรก็ต้องเสียวสันหลังว่าจะโดนเรียกจอดมั้ยจะโดนปรับ เพราะดัดแปลงรถยนต์หรือไม่
บทความนี้เราจึงเตรียมข้อมูลที่จะช่วยขจัดปัญหาคับข้องใจต่างๆ
ของบรรดาขาซิ่งสี่ล้อ ว่าควรแต่งรถอย่างไรให้รอดมือจากโปลิศ
รอดตัวจากการเสียค่าปรับ โดยจะว่ากันต่อที่หัวข้อ
แต่งเบาะรถยนต์อย่างไรให้รอดมือโปลิศ
ติดแบบเบาะซิ่งเหใอนรถแข่ง ติดเอาเท่เอาสวย
วันนี้เรามีคำตอบให้ครับ แต่งเบาะรถยนต์อย่างไรให้รอดมือโปลิศ
หลังจากที่เราทำการแต่งรถภายนอกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลายคนเลือกที่จะทำการตกแต่งภายในด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะติด
เกจวัด เปลี่ยนพวงมาลัย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็จะเป็น เบาะซิ่ง
ที่หลายคนนั้นชอบ เพื่อให้เกิดความสะดุดตา
โดยเบาะแต่ง เบาะซิ่ง จะมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ คือ หนึ่ง
Semi Bucket Seat
เบาะแต่งประเภทนี้จะสามารถปรับเอนเพื่อให้ผู้ขับขี่ปรับระดับให้เหมาะสม
ทำให้เกิดความสบายในการขับขี่
เบาะซิ่งแบบนี้จึงเหมาะกับรถสปอร์ตสองประตู
เพื่อที่สามารถพับเบาะลงให้คนนั่งหลังขึ้น-ลง ได้อย่างสะดวก
ในส่วนรูปแบบเบาะภายในจะเป็นโครงเหล็กที่มีความแข็งแรงเพิ่ม
ขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งจะมีการติดตั้งชุดปรับเดินหน้า-ถอยหลังไว้ที่รางเบาะด้วย
และเบาะแต่งประเภทนี้จะมีออกแบบให้รับกับสรีระคนขับมากกว่าดิม
สอง Full Bucket Seat
เบาะซิ่งประเภทนี้จะไม่สามารถปรับเอนได้ หรือที่เราชอบเรียกว่า
เบาะหลังแข็ง จะเหมาะกับรถแข่ง โดยจะมีมาตรฐาน FIA
เป็นตัวควบคุมคุณภาพ ว่าสามารถจะใช้ในการแข่งขันได้หรือไม่
วัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาทำเบาะซิ่งประเภท Full Bucket Seat
จะเป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูป หรือ ไฟเบอร์ชนิดต่างๆ เช่น คาร์บอนไฟเบอร์
จึงทำให้มีน้ำหนักที่เบากว่าเบาะรถเดิมเป็นอย่างมาก
และที่ฮิตกันในหมู่วัยรุ่นจะเป็น เบาะ BRIDE เบาะ RECARO
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกแต่งเบาะแบบไหน ขอให้ทราบไว้ว่าที่นั่งหรือเบาะ
ได้มีการะบุขนาดกว้างยาวเอาไว้ด้วย
เกี่ยวข้องกับการระบุจำนวนผู้โดยสาร
เบาะแต่งส่วนมากจะมีขนาดถูกต้อง
แต่หากถอดเบาะออกหรือสั่งทำเบาะใหญ่พิเศษถือว่าผิดกฎหมาย
ส่วนเข็มขัดนิรภัย ทางกรมการขนส่งได้กำหนดมาตรฐานไว้ว่า
เบาะที่ติดเข็มขัดนิรภัย 4 จุด ถือว่าผิดมาตรฐาน
แต่หากยึดแน่นหนาปลอดภัยก็อนุโลมได้ แต่หากใส่เข็มขัดนิรภัย
4 จุด 8 จุด แล้วไม่คาด ถือว่าไม่ผิดพระราชบัญญัติแต่ผิดกฎหมาย ถูกจับเสียตังแน่นอน…

Continue Reading

ข้อดีหลากหลายของการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

การทำประกันภัยรถยนต์นั้น ในบ้านเราจะมีภาคบังคับซึ่งต้องทำกันทุกคันในทุกๆ
ปีอยู่แล้ว
แต่สำหรับการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นมันก็มีข้อดีหลากหลายที่ทำให้
หลายคนไม่มองข้ามมันไป

สำหรับการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับนั้น
เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำกันตามกฏหมาย
ซึ่งมีไว้เพื่อให้ความคุ้มครองต่อการสูญเสียของชีวิตเป็นสำคัญ
ขณะที่การทำประกันภัยรถยนต์ในรูปแบบประกันภัยภาคสมัครใจ
แต่ละเจ้าก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต่างกันออกไป
แต่โดยหลักแล้วมันก็มีข้อดีเหมือนๆ กันที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะทำ
สำหรับใครที่ยังนึกภาพตามไม่ออกว่ามันดีอย่างไรก็ลองมาดูกัน

ก่อนอื่นเลยก็คือถ้าหากว่าผู้ขับขี่เกิดประสบอุบัติเหตุทางท้องถนน
เมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลก็ไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน
เพราะการทำประกันภัยภาคสมัครใจจะเอื้อให้ผู้ที่ทำประกันเอาไว้สามารถเข้ารับก
ารรักษาพยาบาลได้เลยทันที
ตรงนี้มีประโยชน์อย่างมากในแง่ของสภาพคล่องทางการเงิน
เพราะไม่ต้องมานั่งปวดหัวจากความล่าช้าที่อาจเกิดจากการเบิกค่ารักษาพยาบาลใ
นภายหลัง ซึ่งในเคสนี้ถ้าหากว่าเป็นประกันภัยจากภาคบังคับ
บางครั้งก็อาจจะเบิกได้ไม่ครอบคลุมตามที่จ่ายไปจริงๆ ด้วย

กรณีที่รถยนต์สูญหาย, ถูกขโมย หรือว่าไฟไหม้ขึ้นมา
แน่นอนว่าถ้าเป็นประกันภัยภาคบังคับจะไม่ครอบคลุมถึงเรื่องนี้
เพราะจะคุ้มครองเพียงแค่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะร่างกายของผู้เอาประกันภั
ย รวมไปถึงบุคคลอื่นๆ เท่านั้น
แต่ความเสียหายที่มีต่อทรัพย์สินจะไม่สามารถเบิกได้เลย
ผิดกับประกันภัยในภาคสมัครใจ โดยสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม
ทั้งประกันชั้น 1, ชั้น 2 หรือว่าชั้น 3

ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อสิ่งที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ในอนาคตนั่นเอง
เรียกได้ว่าถึงแม้จะโชคร้ายเสียรถไป แต่ก็ไม่ได้เสียเงินจนสูญสิ้นหมดตัวขนาดนั้น

สำหรับการใช้บริการประกันภัยรถยนต์นั้นสามารถเรียกใช้ได้ตลอดทั้งวัน 24
ชั่วโมง นั่นก็เพราะว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา
ซึ่งบริษัทประกันภัยรถยนต์ต่างๆ จะเล็งเห็นถึงจุดนี้อยู่แล้ว
และที่สำคัญสำหรับบางกรมธรรม์
บริษัทประกันภัยจะจัดหาที่พักให้ผู้เอาประกันภัยด้วย
หากว่าประสบอุบัติเหตุในต่างจังหวัดหรือว่าในยามวิกาล
ซึ่งไม่สะดวกต่อการเดินทางกลับบ้านในเวลานั้น
เป็นเรื่องของความอุ่นใจที่จะได้รับจากการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นผลประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัยที่จะได้รับอย่างมาก
แม้ว่าประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาจากภาคบังคับพอ
สมควร แต่เมื่อได้ทราบถึงข้อดีต่างๆ เหล่านี้แล้ว
ผู้ขับขี่รถยนต์ก็คงจะทราบแล้วว่ามันจำเป็นขนาดไหนที่จะต้องทำประกันในภาคนี้
เอาไว้ควบคู่กันด้วย…

Continue Reading

แต่งล้อรถยนต์อย่างไรให้รอดมือโปลิศ

การแต่งรถ ถือเป็นความชอบส่วนตัว ปนความจำเป็นในการใช้งาน
แม้รถจากโรงงานหลากแบรนด์หลายยี่ห้อจะดีก็จริง แต่หลายคนยังชื่นชอบความเร็วที่มากกว่า
หลายคนชอบความบึกบึนที่ทรหดมากขึ้น การจะใช้ให้ได้ดังใจจึงต้องมีการต่อเติมเสริมแต่งกันบ้างเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรถซิ่ง รถแต่ง จะยกสูง โหลดเตี้ย โมเครื่องแรง โมเครื่องเสียงดัง ติดไฟใต้รถ ระเบิดท่อไอเสีย ก็แล้แต่ใจชอบ
ทว่าจะขับผ่านด่านทีไรก็ต้องเสียวสันหลังว่าจะโดนเรียกจอดมั้ยจะโดนปรับ เพราะดัดแปลงรถยนต์หรือไม่
บทความนี้เราจึงเตรียมข้อมูลที่จะช่วยขจัดปัญหาคับข้องใจต่างๆ
ของบรรดาขาซิ่งสี่ล้อ ว่าควรแต่งรถอย่างไรให้รอดมือจากโปลิศ
รอดตัวจากการเสียค่าปรับ โดยจะว่ากันต่อที่หัวข้อ
แต่งล้ออย่างไรให้รอดมือโปลิศ จะใส่เต็มซุ้ม ขอบใหญ่ ขอบเล็ก วันนี้เรามีคำตอบให้ครับ
แต่งล้ออย่างไรให้รอดมือโปลิศล้อ
ถือเป็นอุปกรณ์รถยนต์ที่ผู้ขับขี่จะเริ่มตกแต่งกันเป็นอันดับแรก
แถมมีให้เลือกมากมายหลากหลายสไตล์ ไล่ตั้งแต่ ล้อชิ้นเดียว
ที่ราคาแพงมาก ไปถึง ล้อประกอบ ที่มีให้เลือกหลากหลายราคาตามแต่ต้องการ
นอกจากลวดลายของ ล้อ แล้ว เรายังสามารถเลือกตกแต่งรถยนต์ด้วยไซส์ของล้อได้ด้วย
โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 12 – 25 แต่ใช่ว่าจะเลือกใส่ได้หมดตามความต้องการ
เพราะต้องคำนึงถึง ค่า Offset และ ระบบเบรก ด้วย
เท่านั้นไม่พอ หากต้องการความปลอดภัยบนท้องถนน
การเปลี่ยนล้อหนึ่งครั้ง ยังต้องคำนึงถึง ขนาดของยาง,ลักษณะของดอกยาง, โช๊ค และ สปริง ด้วย
นอกจากนี้ยังสามารถเลือกแบบการวางมุมล้อได้ด้วย เรียกว่าตามสะดวกกันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม
ใช่ว่าทุกครั้งที่คุณจัดเต็มจัดหล่อกับล้อรถยนต์ของคุณแล้วจะรอดปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เพราะแม้ตามกฎหมายจะไม่มีการระบุขนาดของล้อรถยนต์
และขนาดล้อรถยนต์ไม่ได้มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุ ดังนั้น
จะใส่ล้อขนาดไหนก็สามารถทำได้
แต่หากรถยนต์ของคุณใส่แล้วเส้นยางล้นออกมานอกบังโคลนล้อเป็นหลายๆ นิ้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีสิทธิเรียกจอด และหากตรวจพบ พิจารณาแล้วว่าเป็นสิ่งที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
หรือสร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นได้ ก็ถือว่าผิดได้เช่นกัน นั่นทำให้การใส่ล้อใหญ่เสียจนต้องแบะล้อหลบซุ้ม
นอกจากจะทำให้รถไม่เกาะถนนแล้ว ยังถือเป็นการทำร้ายช่วงล่างรถยนต์อีกด้วย
จะทำให้มุมอินเอาท์ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
ซึ่งจะทำให้ควบคุมล้อรถได้ยากขึ้น ทำให้กินยางมากขึ้นและดูแลรักษารถยนต์ยากอีกด้วย…

Continue Reading

ท่อไอเสีย

ท่อไอเสีย คือกลุ่มของท่อสแตนเลสที่ดัดโค้งแบบไม่มีรอยพับและขึ้นรูปมาอย่างชาญฉลาด
แต่ศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังนั้นค่อนข้างซับซ้อน
ดังนั้นปัจจัยหลักของระบบไอเสียสมรรถนะสูงจึงอยู่ที่การออกแบบนั่นเอง ตัวแปรมีตั้งแต่ขนาดศูนย์กลาง
ความยาวของท่อทั้งระบบ ปริมาตรเฮดเดอร์ จำนวนและรูปแบบหม้อพักที่ใช้
ซึ่งระบบไอเสียทั้งหมดจะต้องออกแบบให้ทำงานสอดประสานกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
จากนั้นจึงมองถึงเรื่องสารเคลือบทนความร้อนชนิดต่างๆ
หรือวาล์วอัจฉริยะที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ที่จะมาบังคับให้ ไหลหลบหม้อพักในระบบไปได้
การปรับตัวแปรต่างๆ
เหล่านี้จะมีผลโดยตรงต่อสมรรถนะเครื่องยนต์นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งเพื่อให้รถออกมามีบุคลิกแบบที่เรา
ต้องการได้อีกด้วย
ท่อรวมไอเสีย มีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่
-ท่อรวมไอเสียแบบธรรมดา มักทำมาจากเหล็กที่หล่อขึ้นรูป เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำ
แต่ระบายไอเสียได้ไม่คล่องเท่าไรนัก ดังนั้นเครื่องยนต์จึงทำงานหนักขึ้นเพื่อผลักไอเสียให้ผ่านท่อลักษณะนี้
จึงส่งผลให้เครื่องยนต์กำลังตกลง
-ท่อรวมไอเสียแบบเฮดเดอร์( Header)
คือท่อไอเสียที่ทำจากท่อแยกแต่ละสูบและสามารถดัดโค้งให้ยาวขึ้นทำให้การระบายไอเสียจากเครื่องยนต์ทำได้ดีก
ว่า รถยนต์จึงมีกำลังมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม
ท่อรวมไอเสียที่มาจากโรงงานส่วนใหญ่จะเป็นท่อไอเสียรวมแบบธรรมดา
2.หม้อพักกลาง ปราการด่านที่สองก็คือหม้อพักกลางพัก ส่วนใหญ่จะเป็นไส้ตรงหรือตรงเกลียว
จะทำหน้าที่ช่วยดูดซัพเสียงจากท่อรวมไอเสีย และหม้อพักท้าย ให้เงียบลงและไม่สะท้อนเข้าห้องโดยสาร
3.หม้อพักท้าย ถือเป็นด่านสุดท้าย ส่วนใหญ่จะติดกับปลายท่อโชว์อยู่ด้านท้ายรถ
มีหน้าที่ซัพเสียงไม่ต่างจากหม้อพักกลาง แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือการวางไส้ ในลักษณะที่ต่างกัน
เพื่อสร้างแรงอั้นให้เหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์และชนิดของเกียร์
เทคนิคควรรู้
คุณสมบัติหม้อพักท้ายลักษณะต่าง ๆ
หม้อพักไส้ย้อน ส่วนใหญ่ท่อเดิม ๆ จากโรงงานจะเป็นท่อประเภทนี้ ให้ความเงียบเป็นเลิศ
ใช้ได้ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโตเมติก
แต่เหมาะกับเกียร์ออโตเมติกที่สุดเพราะมีแรงอั้นสูงส่งผลให้พละกำลังการออกตัวและรอบต้นดีอย่างที่เรียกกันว่าต้น
จัด แต่จะไม่เหมาะกับเครื่องที่มีระบบอัดอากาศ
หม้อพักไส้เยื้อง จะมีความโล่งมากกว่า หม้อพักไส้ย้อน ใช้ได้ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์ออโตเมติก
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อโล่งมากขึ้นแรงอั้นก็ลดลงตามไปด้วยจึงอาจส่งผลให้
กำลังตกในรอบต้นแต่จะได้การไหลในรอบปลายมาแทน
หม้อพักไส้ตรง มีความโล่งที่สุดในบรรดาหม้อพักทั้งหมด ไม่เหมาะกับรถเกียร์ออโต้เมติก
เพราะไม่มีแรงอั้นถ้าเผลอไปใส่เข้าพละกำลังยามออกแทบไม่มีเลยทีเดียว
แต่หม้อพักประเภทนี้จะเหมาะสำหรับรถที่มีระบบอัดอากาศและเกียร์ธรรมดา…

Continue Reading

รู้จัก DAIHATSU เจ้าพ่อรถเล็กแห่งญี่ปุ่น

หากพูดถึงชื่อรถยนต์เครื่องเล็กจากฝั่งญี่ปุ่นที่โด่งดังมากในอดีต ก่อนทีจะกลายเป็นอีกหนึ่งรถยนต์ในเครือของ TOYOTA
ย่อมหนีไม่พ้นชื่อของ DAIHATSU หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ไดฮัทสึ เพราะอยู่คู่กับตลาดบ้านเรามานาน
โดยประวัติของค่ายรถยนต์ DAIHATSU เริ่มต้นเชิดฉายช่วงปี 1907 ในชื่อ Hatsudoki Seizo
หรือ ฮัทสึโดคิ เซย์โซ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อในปี 1951 เป็น ไดฮัทสึ
และได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ทำให้กิจการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปลาเล้กย่อมเป็นเหยื่อของปลาใหญ่ เมื่อ
DAIHATSU เจาะตลาดกลุ่มผู้ชื่นชอบรถยนต์ขนาดเล็กได้สำเร็จ
ความสนใจจาก TOYOTA ก็พุ่งมายังเมืองโอซาก้าทันที ก่อนจะปิดจ็อบถือหุ้นใหญ่ได้สำเร็จช่วงปี 1967
หลังจากนั้น DAIHATSU ภายใต้การบริหารและดูแลโดย TOYOTA
ได้ทำการขยายฐานการทำธุรกิจให้มีขนาดใหญเพิ่มขึ้น ด้วยการส่งรถยนต์ออกไปขายในโซนอเมริกาและยุโรป
แต่ผลงานกลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด เรื่องดังกล่าวทำให้ DAIHATSU
ต้องซมซานกลับมาเลียแผลใจในเอเชียและวางจำหน่ายแค่ในภูมิภาคบ้านเกิดของพวกเราเท่านั้น
ก่อน TOYOTA จะเทคโอเวอร์ 100% ได้สำเร็จช่วงปี 2016 ถือสิทธิครอบครองแต่เพียงผู้เดียวโดยไร้เงาเจ้าของดั่งเดิม
กระนั้นการรวมตัวในครั้งนี้ เชื่อกันว่าจะเป็นการพัฒนารถยนต์ให้ดีขึ้นกว่าเดิมด้วยการมุ่งเน้นนำความสามารถหลักของทั้งสองค่ายมาพัฒนาศักยภาพ
และสมรรถนะของรถให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยมีเป้าหมายเติบโตในตลาดรถยนต์อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดมุ่งหมายของการร่วมมือกันทางธุรกิจในครั้งนี้
คือการช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์รถยนต์ทั้งคู่ให้มากขึ้น มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
เนื่องจากจะเป็นการนำจุดเด่นของทั้งสองค่ายมาใช้ประโยชน์ภาย ใต้กลยุทธ์เดียวกัน
ซึ่งหลังจากที่ TOYOTA เทคโอเวอร์ DAIHATSU ไปดูแล พี่น้องชาวไทยก็มีข่าวที่จะได้เห็นรถยนต์แบรนด์นี้ออกมาวางจำหน่ายในประเทศของเราอีกครั้ง
ไล่ตั้งแต่ DAIHATSU Basket, DAIHATSU Copen, DAIHATSU FX, DAIHATSU
Wake, DAIHATSU Terios, DAIHATSU Thor ไปจนถึง DAIHATSU Mira Tocot
แต่สุดท้ายสาวกรถยนต์ Kei Car ก็ทำได้แค่มองตาปริบๆ และรอให้ทีมผู้ผลิต TOYOTA แจ้งข่าวดี
หลังเคยครองใจชาวไทยจากรุ่น DAIHATSU Mira
รถยนต์เอนกประสงค์ขนาดเล็กที่เปรียบเสมือนเป็นรุ่นบุกเบิกของรถในรูปแบบมินิคาร์ในปัจจุบัน
ด้วยตัวรถที่มีขนาดเล็ก เหมาะสำหรับขับเคลื่อนในเมือง ประหยัดน้ำมัน และมีสีให้เลือกที่หลากหลาย
นอกจากนี้สมรรถนะในการขับเคลื่อนก็ดีเยี่ยมไม่แพ้รถยนต์รูปแบบทั่วไป ทำให้แม้จะเลิกวางจำหน่ายไปแล้ว
แต่ก็ยังเห็นคนขับได้ประปรายบนท้องถนนในบ้านเรา…

Continue Reading