เช็คให้ชัวร์ ก่อนเลือกซื้อรถมือสองให้ได้รถสภาพใหม่ และราคาเหมาะสม

 

การเช็ครถมือสองให้ชัวร์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถนั้น จะต้องมีการเช็ครถให้ชัวร์ก่อนที่จะทำการตกลงซื้อขายกัน ซึ่งจะต้องเลือกอย่างไรดี ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1.จะต้องดูปีของรถยนต์ด้วย

ซึ่งจะต้องดูด้วยว่า รถยนต์มือสองที่คุณต้องการซื้อนั้น เป็นปีไหน มีอายุการใช้งานมามากหรือน้อยเพียงใดบ้าง ซึ่งจะต้องดูด้วยว่า สภาพของรถนั้นใหม่หรือไม่

2.ดูภาพรวมของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ของรถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกและตรวจดูสภาพรถ รวมถึงเครื่องยนต์ด้วยว่า มีการยกเครื่องเปลี่ยนใหม่ หรือไม่ หรือจะเป็นเครื่องยนต์แบบเดิมที่มากับตัวรถตั้งแต่แรก มีการซ่อมเยอะไหม   ซึ่งจะต้องใช้ประสบการณ์ในการดูรถสักนิดนึงด้วย

3.ดูรายละเอียดภายในและภายนอกตัวรถ

ซึ่งในการเลือกรถยนต์มือสองนั้น  จะต้องเลือกและดูรายละเอียดทั้งภายในและภายนอก รวมถึงจะต้องศึกษาว่า รถยนต์มือสองแต่ละรุ่นนั้นได้มีรายละเอียดหรือตำหนิ ทั้งภายนอกและภายในอย่างไรบ้าง  เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันกับรุ่นที่คุณต้องการซื้อนั่นเอง พร้อมทั้งยังต้องศึกษารายละเอียดของรุ่นและปีของรถด้วยว่า เป็นรุ่นอะไรและปีไหนกันแน่ ซึ่งรถแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นก็มีจุดสังเกตไม่เหมือนกัน นอกจากนี้จะต้องดูรายละเอียดอย่างอื่นเพิมเติมด้วย  เช่นระบบไฟฟ้า และระบบต่าง ๆ ภายในรถยนต์

4.มีประกันหรือไม่

จะต้องมีการตรวจสอบด้วยว่า มีการประกันหรือไม่ ซึ่งหากว่าเป็นรถยนต์ที่มีประกันมาด้วย จะดีมาก

5.รถยนต์มือสองสภาพเดิม

สำหรับรถยนต์มือสองที่ไม่ได้มีการดัดแปลงอะไรเลย นั้นเป็นรถยนต์มือสองที่ดีที่สุด เนื่องจากว่าการดัดแปลงสภาพนั้น อาจจะไม่ได้ดีแบบรถยนต์แบบเดิม และนอกจากนี้รถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกอย่างพิจารณา และสังเกตให้ดีก่อน  เกมคาสิโน

และก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกอย่างใส่ใจในรายละเอียด ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ ตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้เลือกรถอย่างดีที่สุด นั่นเอง  อีกทั้งในเรื่องของการประกันรถยนต์ที่ยังไม่ถึง 10ปี ก็สามารถซื้อประกันชั้น 1 ได้ หากว่ารถยนต์ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 10-15 ปีสามารถซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ 3 ส่วนรถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี สามารถลือกซื้อประกันภัยชั้น 3 ซึ่งจะมีความเหมะสมกว่า ด้วยราคา     เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคการเลือกรถยนต์มือสอง เพื่อให้คุณเลือกรถยนต์มือสองที่มีสภาพดี และยังเป็นรถยนต์มือสองที่มีความเหมาสมในเรื่องของสภาพ และระบบทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังเป็นรถยนต์มือสองที่มีความเหมาะสมในเรื่องของราคาอีกด้วย

 

Continue Reading

วิธีการใช้รถอย่างถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

เริ่มต้นด้วยการรู้จักตำแหน่งต่าง ๆ ของสวิทช์กุญแจรถยนต์
1.ตำแหน่งแรกคือ Lock : เมื่อเราเสียบกุญแจเข้าไป เป็นตำแหน่งที่เครื่องยังดับอยู่ และยังใช้ล็อกพวงมาลัย
2.ตำแหน่งที่สอง ACC : เป็นตำแหน่ง ในการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เพื่อเปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ
ภายในรถโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่อง แต่ไม่ควรใช้เป็นเวลานาน ๆ เนื่องจากจะส่งผลให้แบตเตอรี่หมด
จนไม่เหลือพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้
3.ตำแหน่งที่สาม On : ในตำแหน่งนี้แรงดันไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยังระบบต่าง ๆ โดยมีไฟเตือนโชว์บนหน้าปัด
เพื่อแสดงสถานะความพร้อมใช้งาน
4.ตำแหน่งที่สี่ Start : ในตำแหน่งนี้ เมื่อเราบิดกุญแจไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยังมอเตอร์สตาร์ท (ไดสตาร์ท)
เพื่อหมุนฟลายวีล ที่ติดอยู่กับชุดเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อฉุดให้เครื่องยนต์หมุน
ในขณะเดียวกันนั้นระบบจุดระเบิดก็จะทำงานส่งผลให้เครื่องยนต์ติดในที่สุด
อย่างไรก็ตามในตำแหน่งนี้ต้องปล่อยมือเมื่อเครื่องยนต์ติด หากบิดค้างไว้จะส่งผลให้เฟืองมอเตอร์สตาร์ทและเฟืองฟลายวีล เสียหายได้
การสตาร์ทอย่างถูกวิธี
เริ่มต้นด้วยการตรวจตำแหน่งเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ต้องอยู่ในตำแหน่ง P หรือ N
ถ้าอยู่ในตำแหน่งอื่นก็แค่สตาร์ทไม่ติดเท่านั้น แต่ในเกียร์ธรรมดาจะแตกต่างออกไป
หากไม่ได้ปลดเกียร์ว่างก่อนสตาร์ทอาจส่งผลให้รถพุ่งชนสิ่งต่าง ๆ ที่ขว้างหน้าจนเกิดความเสียหายได้
ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอร์ วิทยุ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ
เพื่อให้ได้กำลังไฟสูงสุดจากแบตเตอรี่ จ่ายไปยังระบบสตาร์ท บางท่านคงคิดว่าไม่เห็นต้องปิดก็สตาร์ทได้
จริงอยู่ว่าสามารถทำได้ แต่จะเป็นการเพิ่มภาระให้มอเตอร์สตาร์ทและเครืองยนต์ทำงานหนักส่งผลให้เกิดการสึกหรอมากขึ้น
และในกรณีที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมอาจทำให้ไม่มีกำลังไฟเพียงพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์
ตรวจสอบไฟเตือน เมื่อบิดกุญแจไปในตำแหน่ง On ควรตรวจสอบว่าไฟแสดงสถานะของระบบต่าง ๆ
โชว์บนหน้าปัดครบและดับลง นอกจากนั้นควรสัเกต ว่ามีสิ่งผิดปกติหลังเครื่องยนต์ติดหรือไม่ทั้งอาการสั่นของเครื่องยนต์ หรือ เสียงที่ผิดปกติ
ไม่สตาร์ทแช่-ยาว เมื่อรถสตาร์ทติดยากไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ควรหลักเลี่ยงการสตาร์ทแช่ยาวเกิน 15 วินาที
เพราะจะส่งผลให้มอเตอร์สตาร์ทเสียหายได้ นอกจากนี้ต้องเว้นระยะห่างในการสตาร์ทครั้งต่อ 15 วินาทีเป็นอย่างน้อย
อย่างไรก็ตามเพียงแค่วิธีง่าย ๆ กับการเสียเวลาเพียงเล็กน้อยเอาใจใส่ การสตาร์ทอย่างถูกวิธี
จะช่วยให้รถยนต์ของท่านมีสุขภาพดีและยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกด้วย…

Continue Reading

วิธีการรักษารถยนต์เเบบง่ายๆที่คนมีรถต้องรู้

การที่เรามีรถยนต์นั้นอย่างเเรกเลยคือเราต้องมีความรับผิดชอบในการดูเเลรักษาไม่ใช้ขับหรือว่ามีหน้าที่ผ่อนอย่างเดียว
รถก็เป็นอะไรที่ต้องดูเเลให้ดีเช่นกันบางคนถึงขั้นเรียกลูกได้เลยก็ว่าได้
หรือว่าบางคนรักรถมากกว่าเมียก็มี อันนี้ใครเป็นบ้าง
เเละเมื่อมีรถยนต์เเล้วจะดูเเลรักษาอย่างไรให้อยู่กับเราได้นานไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ต้องซ้อมเยอะเรามีวิธีอย่างไรให้
รถยนต์ของเราสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาไปดูกันเลย
อย่างเเรกเลยก็ต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดทั้งภายนอกเเละภายในต้องดูให้ดีว่ารถของเราในวันนี้ที่ไปข้างนอกมา
มีอะไรที่ไปกระทบกระทั่งบ้างหากไม่มีก็ดีไป
เเต่วันไหนที่ไปเฉียวมาเราก็ต้องรักษาเเผลของที่รถของเราให้เร็วที่สุด
หรือว่าไม่ลุยฝุ่นโคลนมาในวันนั้นก็ต้องรีบล้างออกไม่เช่นนั้นอาจจะไปทำให้สีของรถคุณตกก็เป็นได้
หากไม่ค่อยทำความสะอาดจะสะสมเเละทำให้สีของรถคุณจางลงไปจะไม่สวยงามอย่างเเน่นอน
อย่างเเรกเราก็ต้องดูเเลรถของเราจะภายนอกให้ดีเสียก่อนเพื่อการใช้งานที่นานๆ
เมื่อเราดูเเลรถภายนอกเเล้วภายในของรถยนต์ของเราก็มีความสำคัยเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะตัวเครื่องยนต์ของเรา ต้องดูเเลเป็นพิเศษหากพังขึ้นมาความซวยจะมาเยือนเราเเน่นอน
นั้นก็คือเราต้องเสียเงินในการซ้อมโดยใช้เหตุหากเราไม่ดูเเลรักษาให้ดีก่อนหน้านี้
เเละการดูเเลเครื่องยนต์นั้นหลักคือ น้ำมันเครื่อง
เติมน้ำหล่อเย็นเพื่อระบายความร้อนของเครื่องยนต์ของรถคุณ
เเละควรดูสายพานรถเเละรวมไปถึงเครื่องยนต์ของคุณฟังดูว่ามันผิดปกติหรือไม่
เราต้องเช็คให้ดีเพื่อการใช้งานที่ยาวนานของคุณเอง เเละอีกส่วนหนึ่งคือแอร์
ที่มีความสำคัญเช่นเดียวกันถ้าเเอร์รถของเราพังขึ้นมาปัญหาเกิดอย่างเเน่นอนเพราะจะทำให้เราร้อนจะมีความ
หงุดหงิดในขณะขับรถได้ เราต้องไม่ขาดน้ำยาเเอร์จุดนี้ต้องระวังให้ดี
เพื่อความสมบูรณ์ของรถยนต์ของคุณเอง
สิ่งสำคัญที่อยากจะบอกในการดูเเลรักษารถของคุณคือการขับรถนั้นเองเราต้องขับรถด้วยความไม่ประมาท
ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเราต้องระวังให้ดีขระขับรถเพราะหากเกิดชนอะไรขึ้นมา เราจะต้องลำบากไปซ้อมนั้นเอง
เเละหากรถยนต์เป็นเเผลมาก การกลับมาให้เหมือนเดิมก็จะทำได้ยาก
ดังนั้นเราต้องใช้รถยนต์อย่างถนุถนอมที่สุดเพื่อที่จะให้รถของคุณไม่เป็นอะไร เราต้องไม่ขับเร็วจนเกิดไป
เเละไม่ลุยหนักไปลุยเขาลงห้วย ใช้รถยนต์หนักเกินไปก็ไม่ได้ เราต้องระมัดระวังในการขับให้มากที่สุด
เพื่อให้รถของคุณได้รับความกระทบกระเทือนไม่มาก เราต้องดูเเลรักษาให้ดีเพราะว่าจะต้องใช้งานไปอีกนาน…

Continue Reading

การทำความสะอาดห้องเครื่องที่ถูกต้อง

การดูแลห้องเครื่องคือ การทำความสะอาดที่ ไม่ใช่แค่ล้างสีดูดฝุ่นภายนอกเท่านั้น
แต่คือการทำความสะอาดห้องเครื่องยนต์เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีชิ้นส่วนใดชำรุด หรือมีคราบน้ำมันเล็ดลอดออกมาหรือไม่
นอกจากนี้ยังทำให้น่ามอง เปิดโชว์คนอื่นได้
การทำความสะอาดห้องเครื่องจะทำให้ ชิ้นส่วนโลหะสว่างใส พลาสติก ท่อต่าง ๆ ภายในห้องเครื่องดูใหม่
ถ้าหากดูแลอย่างถูกต้องจะทำให้ท่อตัวรัดและชิ้นส่วนที่ทำด้วยยางหรือพลาสติกมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
อุปกรณ์ที่ใช้ทำความสะอาด
1.น้ำ – สายยางฉีดน้ำ
2.แปรงขนนิ่มหรือฟองน้ำทำความสะอาด – สำหรับขัดล้างรถโดยเฉพาะ
ถ้าไม่สามารถหาได้ก็เลือกแปรงที่มีขนอ่อนนุ่มและมีด้ามจับเพื่อจะเข้าถึงส่วนที่ลึกในเครื่องยนต์
ในชิ้นส่วนที่เล็กและแคบสามารถใช้แปรงสีฟันเก่า ๆ ทำความสะอาดได้
3.น้ำยาทำความสะอาด – สามารถหาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตที่แผนกอุปกรณ์ทำความสะอาดรถ
โดยจะมีความเข้มข้นต่างกันตั้งแต่ น้ำยาที่ใช้ความสะอาดฝุ่นทั่วไป
หรือแบบที่เข้มข้นมากเพื่อล้างเครื่องที่เลอะคราบน้ำมัน
4.น้ำยาเคลือบเครื่องยนต์ – มีหลายเกรดเช่นเดียวกัน สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม
5.ผ้าไมโครไฟเบอร์ – เลือกที่ราคาต่ำ ๆ เพราะไม่ต้องเสียดายเวลาที่เปื้อนมาก ๆ
เพราะอาจเลอะน้ำจนไม่อาจนำไปใช้ทำความสะอาดได้ต่อ
ประโยชน์การล้างห้องเครื่อง
1. ช่วยลดปัญหาการเกิดสนิม
2. ช่วยขจัดความสกปรก
3. ช่วยระบายความร้อนในห้องเครื่องให้ดีขึ้น
4. ช่วยให้การตรวจสอบรอยรั่วภายในห้องเครื่องได้ง่ายทำให้เห็นรอยรั่วชัดเจนยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการล้างห้องเครื่อง
1. รอจนเครื่องเย็น แล้วถอดขั้วแบทเตอรีออก
2. นำพลาสติก ถุง หรือ ฟีล์มถนอมอาหาร หุ้มส่วนที่อาจเสียหายจากน้ำ และความชื้น
3. ใช้น้ำฉีดเบาๆ ให้ทั่วห้องเครื่อง ระวังอย่าโดนส่วนที่หุ้มไว้
4. ผสมน้ำยาล้างห้องเครื่องกับน้ำเปล่า ชุบน้ำยาที่ผสม เช็ดส่วนที่สกปรกที่สุดก่อน แล้วไล่ไปทั่วห้องเครื่อง
5. ทำความสะอาดในส่วนที่เข้าไม่ถึง ล้างให้สะอาด

อย่างไรก็ดี ข้อสำคัญเลยของการทำความสะอาดห้องเครื่องคือ ควรทำความสะอาดเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ
อย่าปล่อยให้สกปรกมากแล้วค่อยทำ และยังเป็นการถือโอกาสตรวจเช็คส่วนประกอบภายในห้องเครื่อง เช่นท่อน้ำ
ท่อน้ำมัน น้ำรั่ว น้ำมันเครื่องซึม สายพาน สายไฟ อื่นๆ ไปด้วยในตัว…

Continue Reading

4 บริษัทยานยนตร์เลือดใหม่

ทุกวันนี้เวลาเราหลายคนต้องการซื้อรถยนต์สักคัน เราต่างพยายามมองหาความทันสมัยในรถยนต์ที่เราเลือก
มีออพชั่นมากมายที่ถูกใส่มาเพื่อสนองลูกค้าที่ต้องการอะไรที่มากกว่าเดิม
ทว่าในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในเวลานี้ กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึงบริษัทยานยนต์ยุคใหม่ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นมา
และมันอาจจะชี้ทางถึงอนาคตยานยนต์ในวันข้างหน้า โดยเฉพาะ 4 บริษัท ที่เรากำลังจะกล่าวถึง ต่อไปนี้
เริ่มจาก Elio Motor
พอล เอลิโอ ผู้ก่อตั้ง Elio Motor ใครก็อาจจะว่าเขาเพ้อไปนิดจากนิยายวิทยาศาสตร์
ซึ่งเราคงเห็นรถยนต์ขนาดเล็กใช้งานง่ายในเมืองเป็นสไตล์ของรถยนต์สามล้อ แต่มันจะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไปเมื่อ
Elio Motor สร้างความล้ำด้วยรถยนต์แบบสามล้อสำเร็จแล้ว และมีการสั่งจองแล้วกว่า 45,000
รายการจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยราคาค่าตัวที่ไม่ได้แพงกว่าบิ๊กไบค์ที่เราขี่ (สนนราคาที่ 140,000 บาท – 6,800 ดอลล่าร์)
แต่มีความปลอดภัยมากกว่าหลายเท่า ทำให้เจ้าสามล้อคันนี้เริ่มรับความสนใจมาก และในปลายีนี้
มันกำลังจะผ่านการทดสอบชน ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด ปีหน้าจะสามารถวางจำหน่ายได้จริง
ต่อด้วย Caprio
บริษัทในเหมือง Silicon Valley ฟังดูไม่น่าจะเกี่ยวกับยานยนต์
แต่บริษัทนี้อาจจะกำลังจะเปลี่ยนโฉมของระบบความบันเทิงที่เรารู้จักไปตลอดกาล Caprio เป็นบริษัทผลิตชิพเซท
สำหรับระบบจดจำและสั่งการด้วยเสียง ซึ่งปัจจุบัน มักจะต้องอาศัยซอฟท์แวร์และคำสั่งจำนวนมากมาย
แต่ของบริษัทนี้ มีความสามารถมากกว่าในการแยกแยะเสียงพูด และเสียงรอบข้าง ผ่านอัลกอลิธึ่มพิเศษเฉพาะ
และที่สำคัญชิพเซทของบริษัทนี้เตรียมส่งมอบแก่หลายค่ายรถยนต์รายสำคัญภายในปลายปีนี้
ต่อด้วย Driversiti
ทุกวันนี้รถยนต์มีความปลอดภัยมากขึ้นจากระบบความปลอดภัยแบบ Active Safety ซึ่งอาศัยการทำงานของ
Sensor ทั้งหลายที่ติดตั้งภายในรถ แต่ Driversiti คืออะไรที่ง่ายกว่า
พวกเขากำลังพัฒนาแอพลิเคชั่นที่สามารถทำงานได้แบบระบบ Active Safety ทั้งหลาย
แต่อาศัยเซ็นเซอร์ที่มีมากมายในสมาร์ทโฟนของคุณ ให้กลายเป็นผู้ช่วยในเรื่องความปลอดภัย
แถมยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมในการขับขี่ของคุณ ตลอดจนประยุกต์ข้อมูลต่างๆ
มาใช้ในการแจ้งเตือนในการขับขี่ได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ Nebula System
คุณคงเคยได้ยินการ์ตูนที่ฝันว่าสักวันรถยนต์จะฉลาดมากพอในการเข้าใจการขับขี่ของมนุษย์มากขึ้น จากการ์ตูน Cyber
formula ถ้าระบบลักษณ์เดียวกันมันกำลังเกิดขึ้นมา คุณว่ามันน่าจะตื่นเต้นมากเพียงใด ระบบ Nebula System
เป็นระบบแบบ Cloud Base ซึ่งให้ความล้ำหน้าไปอีกเมื่อหน่วยประมวลผลเครื่องยนต์ที่ใช้ในรถยนต์ปัจจุบัน
สามารถติดตามตรวจสอบและแก้ไขได้แบบ Real-time โดยสามารถเข้าถึงระบบผ่านการเชื่อมต่อทางไกล
ไม่จำเป็นอีกต่อไปที่ช่างต้องวิ่งไปซ่อมรถของคุณ หรือถ้ามีเหตุอะไรที่อาจจะทำให้คุณบกพร่อง
ช่างก็สามารถให้คำแนะนำและอยู่เป็นเพื่อคุณคอยดูแลช่วยเหลือคุณตลอดการขับขี่ได้จนกว่าจะถึงปลายทาง…

Continue Reading

5 อันดับสุดยอดมอเตอร์ไซค์แนวพละกำลังสูง

5 Kawasaki ZZR1400. 147.2kW (197.4 imperial horsepower, 200.1 metric horsepower)
ในขณะที่มี Ninja H2 SX แล้ว แทบไปเป็นไปไม่ได้เลย
ที่จะไม่มีสปอร์ตทัวร์ริ่งระดับท๊อปของค่ายอย่างเจ้า ZZR1400 รุ่นนี้ออกมา
โดยจุดเด่นของรถรุ่นนี้มีขุมกำลังหลักขนาดถึง 1441 ซีซี
แข็งแกร่งในเรื่องความสปีดความเร็วที่เก็นบรรยาย
อีกทั้งรูปลักษณ์ยังมีขนาดใหญ่โตกว่า ZX-10R และ Ninja H2 SX อยู่พอสมควร
กลับกัน แถมยังมีพละกำลังที่สูงกว่า 0.1 KW ดังนั้น
หากเปรียบเทียบแล้วเจ้าโมเดลที่ได้รับการอัพเดทล่าสุดเมื่อปี 2012 นั้นถือว่าไม่ได้ขี้เหร่แม้แต่น้อย

4. Aprilia RSV4 RF. 148kW (198.5 imperial horsepower, 201.2 metric horsepower)
มากันที่อันดับ 4 ต้องยกให้ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากประเทศอิตาลี กันบ้าง กับเจ้าAprilia RSV4 RF
มอเตอร์ไซค์ที่ถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์แบบเครื่องยนต์ V4
ที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ จุดเด่นของเจ้านี่ คือการมีขุมกำลัง ขนาด999.6 ซีซี
แต่กลับมีน้ำหนักที่เบาเพียง 180 กิโลกรัม เรียกได้ว่า
นอกจากความเร็วที่ไม่เป็นรองใครแล้ว
ยังมีความโฉบเฉี่ยวและความคล่องตัวสูงอีกด้วย

3.Suzuki GSX-R1000. 148.5kW (199.1 imperial horsepower, 201.9 metric horsepower)
ขยับขึ้นมาที่ อันดับ 3 คือหนึ่งเดียวจากค่ายคนรักรถสาย Suzuki กับเจ้า GSX-R1000
รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตฟูลแฟร์ริ่งพิกัด 1 ลิตร โดยจากการอัพเดทล่าสุดนั้น
พบว่า ทีมงานใส่ความทันสมัยเข้ามามากมายในตัวครั้ง
ไม่เพียงแต่ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ แต่ยังรวมถึงไประบบสำคัญอย่าง VVT
วาล์วแปรผันของ Suzuki
ที่จะทำให้อัตราการเดินรอบเครื่องยนต์นั้นราบลื่นทุกย่านความเร็ว ที่สำคัญยังมีระบบ Low RPM Assist
ที่จะช่วยการขับขี่ในย่านความเร็วต่ำได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

2: Ducati Panigale 1299 Final Edition. 154kW (206.5 imperial horsepower, 209.4 metric horsepower)
ไต่มาที่อันดับ 2 เป็นโมเดลสุดท้ายของเครื่องยนต์ Superquadro L-Twin
จากค่ายชื่อดังอย่าง Ducati โดยจุดเด่นของเจ้าตัวนี้ มีพละกำลังสูงสุดที่ 209
แรงม้าที่ 11,000 รอบต่อนาที แถมยังมีน้ำหนักที่เบาแบบไม่น่าเชื่อเพียงแค่ 168
กิโลกรัม ที่สำคัญยังเต็มไปด้วยฟีเจอร์ใหม่แบบสุดล้ำมากมาย

1: Ducati Panigale V4. 157.5kW (211.2 imperial horsepower, 214.1 metric horsepower)
ปิดท้ายกันที่อันดับ 1 จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Ducati Panigale V4
โมเดลตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งมีการส่งบอลเร็วๆนี้ ด้วยขุมกำลังแบบ V4
ที่ได้ทีมพัฒนาจากรายการแข่งขัน MotoGP มาช่วยในการพัฒนา ทำให้ เจ้าตัวนี้
สร้างพละกำลังสูงสุดได้ถึง 214.1 แรงม้า ที่ 13,000 รอบต่อนาทีที่สำคัญราคาไม่ถึงล้านอีกด้วย…

Continue Reading

Mini ปล่อยภาพทีเซอร์รถยนต์ไฟฟ้าตัวแรก เตรียมเปิดตัวปี 2019

ปีหน้า Mini จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก
และภาพทีเซอร์สองภาพที่ปล่อยออกมาในวันนี้
ทำให้เราได้เห็นภาพแรกของมันว่าจะมีหน้าตาอย่างไร
สิ่งที่น่าสนใจในดีไซน์ของล้อมีความคล้ายคลึงกับจุดเด่นของ Electric
Concept ที่ Mini ได้นำออกมาโชว์งาน Frankfurt Motor Showปีที่แล้ว
ภาพทีเซอร์กระจังหน้ารถไฟฟ้าของ Miniเป็นรูปหกเหลี่ยมเช่นเดียวกับใน Mini รุ่นอื่น ๆ
แต่ไม่มีช่องลมที่กระจังหน้ารถเนื่องจากตัวรถไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในที่จำเป็นต้องนำอากาศเข้า
ไปในตัวรถ พร้อมเครื่องหมายเน้นสีเหลืองและโลโก้ Eที่จะเป็นองค์ประกอบสำหรับรถไฟฟ้าทุกรุ่นของ Mini
ในขณะที่กระจังหน้าไม่ได้เหมือนกับคอมเซปท์เมื่อปีที่แล้วซะทีเดียวแต่ภาพคอนเซปท์ของล้อที่ปล่อยออกมาใหม่
มีดีไซน์เหมือนกับปีที่แล้วไม่มีผิดการออกแบบที่ไม่สมมาตรด้วยสี่ส่วนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อที่หุ้มด้วยขอบสีดำและมีเครื่องหมายE
ที่โดดเด่นเป็นฝาปิดตรงกลาง Mini ได้อธิบายว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีแผนจะเปิดตัวในปี 2019
ว่าเป็นรถ EV คันแรกของค่าย เนื่องจาก Mini E รุ่นก่อนหน้านี้เป็นโครงการนำร่องที่มีขนาดเล็กและจำกัด
รถยนต์แบบปลั๊กอินคันอื่นในปัจจุบันของแบรนด์ก็คือรถไฮบริดปลั๊กอินCountryman
ดีไซน์ของปีที่ผ่านมาไม่ได้นำเสนอรายละเอียดของระบบเกียร์อัตโนมัติใด ๆ ดังนั้น
เราจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะมีการขับขี่ที่มีศักยภาพต่อการชาร์จหนึ่งครั้งมากแค่ไหน การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับ
Mini และบริษัทแม่ BMW อย่างไรก็ตามทางบริษัทได้กล่าวว่าจะทำรุ่นไฟฟ้าให้กับรถทุกโมเดลในอนาคต
Mini เป็นแบรนด์รถที่ใช้ในเมืองและ Mini รูปแบบไฟฟ้าเต็มตัว
เป็นขั้นตอนต่อไปที่มีเหตุผลในอนาคตหัวหน้าของ Mini Designกล่าวในแถลงการณ์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ยังไม่มีชื่อนี้
มีแผนเปิดตัวในปีหน้าเพื่อให้ตรงกับวันครบรอบปีที่ 60 ของการเปิดตัว
Mini ดั้งเดิม ในขั้นต้นจะมีการสร้างที่โรงงาน Dingolfing และ
Landshut ของ BMW ในประเทศเยอรมนี แม้ว่า Mini จะสร้างรถ EVsในประเทศจีนด้วยการร่วมทุนก็ตาม…

Continue Reading

เมื่อไหร่ที่คุณควรเปลี่ยนผ้าเบรก

ระบบเบรคคือส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนทุกรูปแบบของผู้ใช้รถ
การทำงานที่สมบูรณ์แบบของระบบเบรคที่สามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วและแม่นยำต่อความต้องการของผู้ขับขี่
ไม่ว่าชะลอหรือหยุดรถกระทันหัน โดยเฉพาะกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง
เพื่อป้องกันหรือลดอุบัติเหตุจากการเฉี่ยวชนที่ก่อให้เกิดอันตรายให้เหลือน้อยที่สุด
ระบบเบรกรถยนต์ในปัจจุบันเป็นแบบไฮโดรลิก แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. ดรัมเบรก (Drum Brake)
ดรัมเบรกจะติดตั้งแน่นกับลูกล้อ
เบรกจะทำงานเมื่อมีการถ่างก้ามเบรกให้เสียดสีกับตัวเบรกซึ่งครัมเบรกจะทำให้ล้อหยุด
ดรัมเบรกใช้มากในรถบรรทุก ทั้งขนาดใหญ่และเล็ก รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลบางรุ่น
รถบางรุ่นอาจใช้ระบบนี้เฉพาะล้อหลัง
ข้อดี มีความสามารถในการหยุดรถได้เร็ว เพราะก้ามเบรกและดรัมเบรกถูกยึดติดกับดุมล้อ เมื่อเหยียบเบรก
คนขับใช้แรงกดดันเบรกน้อย รถบางรุ่นไม่จำเป็นต้องใช้หม้อลมเบรกช่วยในการเบรก
ข้อเสีย ความร้อนที่เกิดจากการเสียดสี ระหว่างผ้าเบรกในดรัมเบรกนั้น ไม่สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี
บางครั้งทำให้ผ้า เบรกมีอุณหภูมิสูง มากมีผลทำให้ประสิทธิภาพการเบรกลดลง
2. ดิสก์เบรก (Disc Brake)
เป็นระบบเบรกระบบใหม่ที่นิยมกันมาก เบรกจะทำงานโดยดันผ้าเบรกให้สัมผัสกับจานเบรกเพื่อให้รถหยุด
รถยนต์บางรุ่นใช้ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ บางรุ่นใช้เฉพาะล้อหน้า
ข้อดี ลดอาการเฟด (เบรกหาย) เนื่องจากอากาศถ่ายเทความร้อนได้ดีกว่าดรัมเบรก
นอกจากนั้นเมื่อเบรกเปียกน้ำผ้าเบรก จะสลัดน้ำออกจาก ระบบได้ดี ในขณะที่ดรัมเบรกน้ำจะขังอยู่ภายใน
และใช้เวลาถ่ายเทค่อนข้างช้า
ข้อเสีย ไม่มีระบบ Servo action หรือ multiplying action เหมือนกับดรัมเบรก ผู้ขับจึงต้องออกแรงมากกว่า
จึงต้องใช้ระบบเพิ่มกำลัง
เพื่อเป็นการผ่อนแรงขณะเหยียบเบรกทำให้ระบบดิสเบรกมีราคาค่อนข้างแพงกว่าดรัมเบรก
ควรเปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อไหร่
-เปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อผ้าเบรกมีความหนาน้อยกว่า 4 มม. และก้ามเบรกมีผ้าเบรกน้อยกว่า 1 มม.
หรือผ้าเบรกเหลือน้อย กว่า 30%
-เปลี่ยนผ้าเบรกเมื่อมีคราบน้ำมันหรือจารบีมากผิดปกติ
-เปลี่ยนผ้าเบรกทันทีที่เห็นรอยร้าวบนดิสก์เบรกหรือก้ามเบรก
-เปลี่ยนผ้าเบรกทุก ๆ 25,000 กม.
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการขับและการใช้เบรกหากบรรทุกของหนักและขับรถด้วยความ
เร็วสูงอายุผ้าเบรกอาจจะสั้นกว่า หากเป็นผ้าเบรกที่มีส่วนผสมของโลหะสูง
อายุของผ้าเบรกจะยาวกว่าผ้าเบรกเกรดที่มีส่วน ผสมของโลหะต่ำหรือผ้าเบรกเกรดโรงงานผลิตรถยนต์ OEM
-หากเบรกแล้วมีเสียง คล้ายเหล็กครูด เสียดสีกันอาจเกิดจากคลิปผ้าเบรกครูดกับจานเบรก
เป็นสัญญาณเตือนว่าควร เปลี่ยนผ้าเบรกได้ ทั้งนี้สีงผิดปกตินี้อาจจะไม่ได้เกิดจากผ้าเบรกหมดเสมอไป
จึงควรให้ช่างตรวจดูความผิดปกติอื่น ๆ ประกอบด้วย…

Continue Reading

การพักผ่อนให้เพียงพอก่อนจะขับรถ

ถ้าพูดถึงเรื่องการขับขี่ยานพาหนะให้ปลอดภัย
นั้นต้องเริ่มจากตัวของผู้ขับขี่เองเสียก่อน
ซึ่งการนอนการนอนให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพที่ดี
เหมือนกับการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
และการออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักจะถูกมองข้ามเสมอ
จนทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดอยู่บ่อยครั้ง
ซึ่งได้มีการทดลองออกมากับสัตว์
โดยที่บังคับไม่ให้สัตว์ได้นอนติดต่อกันนานๆ ถึงแม้เราจะให้น้ำ
อาหารพอเพียง สัตว์ทดลองจะเสียชีวิตในที่สุด
แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการนอนหลับต่อการดำรงชีวิต
การนอนให้พอเพียงมีความจำเป็นต่อความเป็นอยู่และการดำรงชีวิตของ
ประชาชนคนไทย
การนอนให้เพียงพอขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการนอนหลับ
คนส่วนใหญ่ต้องนอนประมาณ 7-8 ชั่วโมง
โดยถือว่าเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
แต่ทว่าชีวิตจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ น้อยมากที่จะทำได้
เนื่องจากมีภาระหน้าที่ต่างๆ
ซึ่งการขับรถที่ดีให้ปลอดภัยนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณภาพของการนอนหลับ
เช่น นอนหลับลึกขนาดไหน มีปัจจัยบางอย่างมา
รบกวนการนอนหลับหรือไม่ เช่น การหยุดหายใจขณะหลับบ่อยครั้ง
จะทำให้คุณภาพของการนอนหลับไม่ดี เวลาตื่นขึ้นมาจะยังง่วงอยู่
ปัจจุบันคนไทยมีการกินอยู่ที่ดีขึ้นพบคนอ้วนมากขึ้น
คนอ้วนจะมีปัญหาการหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าคนผอม
คนอ้วนจะมีปัญหาง่วงง่าย หลับง่ายในที่ทำงานหรือเวลาขับรถ
นั่นก็มาจากสาเหตุที่ไม่ดูแลตัวเอง
แต่จะว่าไปสังคมไทยในปัจจุบันนั้นไม่ดีสักเท่าไหร่
โดยเฉพาะกับคนส่วนใหญ่ ในเมืองหลวงที่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

บางคนด้วยความจำเป็นทางการหาเลี้ยงชีพต้องทำงานวันละ 15-16
ชั่วโมง บางคนทำงานหนักตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์
วันหยุดแทนที่จะนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
และเมื่ออดนอนติดต่อกันหลาย ๆ วัน การอดนอนจะสะสมไปเรื่อย
ๆ สมองจะเรียกร้องให้ชดใช้เวลาการนอนคืนเมื่อมีโอกาส
ไม่แปลกเลยที่เรามักจะเห็นคนทุกวัย เมื่อถึงวันหยุดจริงๆ
พวกเขาจะนอนแบบเอาเป็นเอาตาย
เนื่องจากร่างกายต้องชดใช้หนี้ที่ติดไว้
เนื่องจากการอดนอนในวันธรรมดา

ถ้าไม่นอนเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยเวลาที่นอนน้อยไปคนที่อดนอนจะรู้สึกง่วง
และบางครั้งจะงีบหลับโดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเอง
เช่นเดียวกับการขับขี่ยานพาหนะ ที่เราจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ
ว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากการหลับซะเป็นส่วนใหญ่
อาจจะรองลงมาจากกรณีของเมาแล้วขับ
เพราะฉะนั้นการขับรถให้ปลอดภัยคนขับต้องตื่นตัวตลอดเวลา
เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นทุกขณะ
ต้องไม่ง่วงเหงาหาวนอน
ความง่วงมีผลต่อสมรรถภาพในการขับรถเหมือนกับการเมา
ทำให้ประสาทสัมผัสทุกอย่างช้าลง สมองตื้อ
การสั่งการของสมองไปยังกล้ามเนื้อช้าลง
เมื่อคับขันจึงอาจแตะเบรกได้ช้ากว่าปกติ
หรือหักรถหลบหลีกได้ช้ากว่าปกติ
ถ้าหากหลับในเกิดขึ้นคนขับจะไม่สามารถควบคุมการขับรถได้เลย
ก็อาจะรุนแรงถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต
เพราะฉะนั้นการนอนให้เพียงพอจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการขับรถ…

Continue Reading

อยากแต่งรถ เริ่มต้นอย่างไรดี

สำหรับผู้ชายที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง
เชื่อเลยว่าร้อยทั้งร้อยย่อมมีความคิดอยากแต่งรถให้ดูสวยดูเท่
แต่บางครั้งการแต่งรถก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่งมากไปก้ดูเกิน
แต่งน้อยไปก็ดูเขินๆ และอาจเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายด้วย
แต่บทความนี้จะทำให้ปัญหาและความเครียดของท่านผู้อ่านเปลี่ยนไป เพราะเรามีแนวทางดีๆ
มาแนะนำสำหรับผู้ชายมือใหม่ที่กำลังต้องการแต่งรถยนต์คู่ใจให้ดู
สวยดูเท่ เชิญทัศนาไปพร้อมกันได้ตั้งแต่บรรทัดถัดไปเลยขอรับ
เริ่มต้นจาก แม็กและยางชุดใหม่
ที่เป็นส่วนแรกที่ผู้ต้องการแต่งรถยนต์จะเริ่มต้นแต่งหล่อแต่งสวยให้ลูกชาย และถือเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก
เพราะมีผลอย่างมากต่อการขับขี่ หากเลือกไม่ดี เลือกแบบมั่วซั้วอาจทำให้เกิดอันตรายได้
นั่นก็เพราะ ล้อแม็กใหม่ ที่มีขนาดวงล้อใหญ่มากขึ้น
มักจะมีหน้ากว้างมากขึ้น ซึ่งทำให้ยางชุดใหม่ที่สวมใส่เข้ามานั้นตอบโจทย์ดีขึ้นอย่างชัดเจน
รถบางรุ่นสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องสมรรถนะการซับแรงกระแทกได้ดีทันทีที่เปลี่ยนล้อและยางใหม่
ขยับมาที่ ชุดแต่ง หรือ Body Kit เป็นของที่มีประโยชน์มากๆนอกจากความสวยงาม
เพราะมีประโยชน์มากในเรื่องการให้ความลู่ลมมากขึ้นหลายชุดแต่งนั้นมีผลทำให้สมรรถนะในการรีดลมที่ดีขึ้น
และช่วยอาการแกว่งของรถในความเร็วสูงได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของสปอร์ยเลอร์หลัง
หากรถคุณไม่มีมาให้จากโรงงานตัวนี้จะเป็นผู้ช่วยที่ดีมากในยามที่คุณขับด้วยความเร็วสูง
ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่งแต่พวกสปอร์ยเลอร์ทรงซิ่งนั้นต้องพิจารณาให้ดี
เพราะหากขับไม่เร็วพอ อาจเป็นได้แค่เครื่องถ่วงเวลาท่อแต่ง เป็นอีกส่วนที่จะทำตัวให้รถยนต์ของคุณดูซ่ามากขึ้น
อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจในการขับขี่แม้ในความเป็นจริงแล้วการเปลี่ยนท่อในไม่ได้มีผลช่วยให้สมรรถ
นะของรถดีขึ้นแต่อย่างใดไม่ว่าปลายท่อแต่งจะให้เสียงที่สะใจมากแค่ไหนก็ตาม
กระนั้นถ้ามองในแง่การระบายไอเสียมันก็พอจะช่วยได้เล็กน้อย แต่ถ้าจะเอาแบบเห็นน้ำเห็นเนื้อ
ต้องเลือกท่อซิ่งแบบที่ยกมาทั้งเซ็ต ตั้งแต่เครื่องยนต์ที่ทำมาตั้งแต่เฮดเดอร์ ไปจนถึงปลายท่อ แลกกับเสียงที่ดังลั่นซอย
ค้ำโช๊ค อีกหนึ่งของแต่งที่หลายคนมักมองเมื่อเริ่มต้นเพราะได้ยินว่าใส่แล้วดี เกาะถนน ซึ่งก็ช่วยได้จริงๆ แม้หน้าที่จริงๆ
จะเพื่อให้เกิดการส่งแรงระหว่างชุดโช๊คและสปริงทางด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่งก็ตาม
X Barหลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับประโยชน์ของมัน
เพราะเป็นการประยุกต์ชุดค้ำโช๊คหลังให้มีความสวยงามและกระจายแรงกระแทกไปสู่ตัวถังทางด้านหลัง
ช่วยให้เข้าโค้งได้ง่ายขึ้น มักนิยมในหมู่คนขับเคลื่อนล้อหน้าปิดท้ายที่ วัดเกจจ์เป็นของที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับรถยนต์บางรุ่น
เพราะบางครั้งค่ายรถยนต์ลดค่าใช้จ่ายไม่ติดที่วัดบางอย่างมาให้ใช้ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณติดมากไป
มันก็จะกลายเป็นสิ่งที่ชวนคุณลำบากทันที…

Continue Reading

ย้อนรอยที่มีรถ ชอปเปอร์

ชอปเปอร์ คือรถจักรยานยนต์ประเภทหนึ่ง มาจากการดัดแปลงรถจักรยานยนต์แบบดั้งเดิม (chop แปลว่า สับ)หรือสร้างขึ้นมาใหม่ มีออกแบบให้ยาวกว่าปกติ
โดยการปรับมุมส่วนของคอบังคับเลี้ยวให้สามารถใส่ตะเกียบที่ยาวขึ้น ข้อสังเกตอีกประการคือ
ไม่มีระบบกันกระเทือนที่ล้อหลัง จึงให้ความรู้สึกถึงสภาพผิวถนนขณะขับขี่ และสร้างความท้าทายให้ผู้ขับขี่
ก่อนจะมีชอปเปอร์ เคยมีบอบเบอร์(อังกฤษ: bobber) ซึ่งแปลว่ารถจักรยานยนต์ที่ถูกตัดหรือนำชึ้นส่วนต่างๆ
ออกเพื่อลดน้ำหนักตัวรถ โดยเฉพาะบังโคลน ตัวอย่างรถบอบเบอร์ในยุคแรกๆ ได้แก่ อินเดียน สปอร์ต สเกาต์ ปี ค.ศ.1940
ซึ่งมีบังโคลนขนาดใหญ่ และชิ้นส่วนตกแต่งอื่นๆที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งรถชอปเปอร์ก็ได้เติบโตมาในระหว่างนี้
โดยการเอาชิ้นส่วนตกแต่งออก และลดน้ำหนักตัวรถ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เหล่าทหารอเมริกันที่กลับจากสงคราม ได้ดัดแปลงรถโดยถอดชิ้นส่วนที่ ใหญ่ หนัก
น่าเกลียด และไม่จำเป็นต่อกลไกการทำงานพื้นฐานของรถจักรยานยนต์ เช่นบังโคลนหน้า ไฟเลี้ยว
หรือแม้แต่ห้ามล้อหน้า สปริงขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้อานก็ถูกนำออกไปเพื่อให้อานชิดกับตัวถังมากขึ้น
พักเท้าแบบดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยแผ่นวางเท้าขนาดใหญ่ หล้อหน้าและถังน้ำมันขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนให้เล็กลง
รถชอปเปอร์หลายคันถูกทำให้มีสีดำ หรือสีโลหะ (อังกฤษ: metallic)
ขณะที่ชิ้นส่วนเครื่องยนต์และท่อไอเสียได้รับการปัดเงาให้แวววาว มือจับถูกเปลี่ยนให้สูงขึ้น
หรือเปลี่ยนให้ลู่ไปข้างหลังและชิดกัน ขึ้นอยู่กับรสนิยมของเจ้าของ ปลายท่อไอเสียถูกออกแบบใหม่
บางครั้งเบาะนั่งตำแหน่งของผู้โดยสารก็จะมีพนักที่สูงกว่าหัวของผู้ขับขี่
Chopper เป็นแสลงเรียก มอเตอร์ไซด์ที่ผ่านการตัดต่อตบแตงตามใจเจ้าของเพื่อความสวยงาม
ส่วนมากจะออกแนวหน้ายาว เบาะต่ำ แฮนด์โหน ล้อหลังใหญ่ วาดลวดลายต่างๆลงบนตัวถัง
Cruiser เป็นแบบของมอเตอร์ไซค์ตามแบบอเมริกัน เน้นแฮนด์กว้าง เบาะต่ำ
พักขายื่นออกไปด้านหน้าเล็กน้อยบรรทุกสัมภาระได้เล็กๆน้อยๆ
Touring ออกแบบสำหรับเดินทางไกลท่องเที่ยวโดยเฉเพาะ นั่งสบาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบ
ขนสัมภาระไปได้มาก ถังใหญ่จุน้ำมันเยอะ มีกระจกกันลมมาจากโรงงานเรียบร้อย…

Continue Reading