การใช้สัญญาณไฟรถยนต์ที่ควรทราบเอาไว้ เพื่อให้ขับขี่ปลอดภัย

ข่าวรถ

สัญญาณไฟรถยนต์ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยบนท้องถน
น แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ค่อยทราบเกี่ยวกับมันลึกซึ้ง
นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีสักเท่าไหร่นัก

การที่เราไม่ทราบการใช้สัญญาณไฟรถยนต์
เป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
บางคนที่ไม่ให้ความสำคัญกับมันก็เท่ากับว่าได้พาตัวเองไปอยู่ในความเสี่ยงแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้กับตัวเองรวมไปถึงผู้อื่น
ดังนั้นจึงควรที่จะใช้สัญญาณไฟรถยนต์กันให้ถูกต้อง เพื่อให้เรื่องร้ายๆ
มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยลง

สำหรับสัญญาณไฟรถยนต์ที่สำคัญๆ ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้เอาไว้
อย่างแรกสุดเลยก็คือเรื่องพื้นฐานอย่างไฟเลี้ยว
บางคนอาจจะมองว่ามันไม่มีความสำคัญอะไร เพราะเมื่อจะหักหัวเลี้ยว
รถรอบข้างก็ย่อมต้องเห็นอยู่แล้ว
แต่อันที่จริงมันจะต้องเปิดไฟเลี้ยวเพื่อแจ้งให้เพื่อนร่วมถนนได้ทราบก่อน
จะได้เตรียมตัวทันในหลายๆ ทาง

การเปิดไฟเลี้ยวที่ถูกต้องนั้นจะต้องเปิดล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 50 เมตร
จากนั้นก็ต้องเช็คถนนรอบข้างเพื่อให้มั่นใจก่อนว่าปลอดภัยดีแล้ว
ถึงจะทำการเลี้ยวไปในทิศทางที่ได้เปิดไฟแจ้งเอาไว้
เพื่อที่จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุที่เราคาดไม่ถึง

สำหรับสัญญาณไฟฉุกเฉิน ถือว่าผู้ขับขี่ชาวไทยมีวิธีใช้ที่ผิดๆ จนเคยชินกันมา
ต้องทราบก่อนว่าสัญญาณไฟฉุกเฉินนั้นถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในกรณีที่รถเสีย
ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เท่านั้น
การที่ผู้ขับขี่นำมาใช้ขอทางตอนขับผ่านสี่แยกนั้นเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก
และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ด้วย
เนื่องจากคนจากเลนทางซ้ายอาจคิดว่าเราเลี้ยวซ้าย
จึงขับตรงไปข้างหน้าไปในทิศทางตรงกลางสี่แยกเช่นกัน

นอกจากนี้การใช้สัญญาณไฟฉุกเฉินในยามที่ฝนตกหนัก
เพราะต้องการให้คันหลังๆ มองเห็นก็เป็นความคิดที่ผิดเช่นกัน

สำหรับสัญญาณไฟสูงนั้นจะใช้ในกรณีที่ต้องการแจ้งเตือนเหมือนกับการใช้แตร
โดยมักจะใช้กันในเวลากลางคืน เนื่องจากมองเห็นได้ง่าย
หากว่าใช้ได้อย่างถูกต้องก็จะถือว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมาก
และลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ โดยไม่ควรเปิดค้างนานเกินไป
เพราะจะทำให้รถที่ขับสวนมารู้สึกแสบตา และมองทางไม่เห็น
อาจจะส่งผลเสียแทนเอาได้

ทั้งหมดนี้แหละคือการใช้สัญญาณไฟรถยนต์ที่ถูกต้อง
ถ้าหากว่านำเอาไปปรับใช้กันในยามขับขี่
รับประกันได้เลยว่าโอกาสเกิดอุบัติเหตุนั้นจะน้อยลงอย่างมาก
เป็นเรื่องของความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคมที่ถ้าหากว่าผู้ขับขี่ทุกคน
มีก็คงจะเป็นเรื่องดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *