เปิดเบื้องหลังที่มารถ ชอปเปอร์

ชอปเปอร์ คือรถจักรยานยนต์ประเภทหนึ่ง มาจากการดัดแปลงรถจักรยานยนต์แบบดั้งเดิม (chop แปลว่า สับ)
หรือสร้างขึ้นมาใหม่ มีออกแบบให้ยาวกว่าปกติ
โดยการปรับมุมส่วนของคอบังคับเลี้ยวให้สามารถใส่ตะเกียบที่ยาวขึ้น ข้อสังเกตอีกประการคือ
ไม่มีระบบกันกระเทือนที่ล้อหลัง จึงให้ความรู้สึกถึงสภาพผิวถนนขณะขับขี่ และสร้างความท้าทายให้ผู้ขับขี่
ก่อนจะมีชอปเปอร์ เคยมีบอบเบอร์(อังกฤษ: bobber) ซึ่งแปลว่ารถจักรยานยนต์ที่ถูกตัดหรือนำชึ้นส่วนต่างๆ
ออกเพื่อลดน้ำหนักตัวรถ โดยเฉพาะบังโคลน ตัวอย่างรถบอบเบอร์ในยุคแรกๆ ได้แก่ อินเดียน สปอร์ต สเกาต์ ปี ค.ศ.
1940 ซึ่งมีบังโคลนขนาดใหญ่ และชิ้นส่วนตกแต่งอื่นๆที่มีน้ำหนักมาก ซึ่งรถชอปเปอร์ก็ได้เติบโตมาในระหว่างนี้
โดยการเอาชิ้นส่วนตกแต่งออก และลดน้ำหนักตัวรถ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เหล่าทหารอเมริกันที่กลับจากสงคราม ได้ดัดแปลงรถโดยถอดชิ้นส่วนที่ ใหญ่ หนัก
น่าเกลียด และไม่จำเป็นต่อกลไกการทำงานพื้นฐานของรถจักรยานยนต์ เช่นบังโคลนหน้า ไฟเลี้ยว
หรือแม้แต่ห้ามล้อหน้า สปริงขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้อานก็ถูกนำออกไปเพื่อให้อานชิดกับตัวถังมากขึ้น
พักเท้าแบบดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยแผ่นวางเท้าขนาดใหญ่ หล้อหน้าและถังน้ำมันขนาดใหญ่ถูกเปลี่ยนให้เล็กลง
รถชอปเปอร์หลายคันถูกทำให้มีสีดำ หรือสีโลหะ (อังกฤษ: metallic)
ขณะที่ชิ้นส่วนเครื่องยนต์และท่อไอเสียได้รับการปัดเงาให้แวววาว มือจับถูกเปลี่ยนให้สูงขึ้น
หรือเปลี่ยนให้ลู่ไปข้างหลังและชิดกัน ขึ้นอยู่กับรสนิยมของเจ้าของ ปลายท่อไอเสียถูกออกแบบใหม่
บางครั้งเบาะนั่งตำแหน่งของผู้โดยสารก็จะมีพนักที่สูงกว่าหัวของผู้ขับขี่
Chopper เป็นแสลงเรียก มอเตอร์ไซด์ที่ผ่านการตัดต่อตบแตงตามใจเจ้าของเพื่อความสวยงาม
ส่วนมากจะออกแนวหน้ายาว เบาะต่ำ แฮนด์โหน ล้อหลังใหญ่ วาดลวดลายต่างๆลงบนตัวถัง
Cruiser เป็นแบบของมอเตอร์ไซค์ตามแบบอเมริกัน เน้นแฮนด์กว้าง เบาะต่ำ
พักขายื่นออกไปด้านหน้าเล็กน้อยบรรทุกสัมภาระได้เล็กๆน้อยๆ
Touring ออกแบบสำหรับเดินทางไกลท่องเที่ยวโดยเฉเพาะ นั่งสบาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบ
ขนสัมภาระไปได้มาก ถังใหญ่จุน้ำมันเยอะ มีกระจกกันลมมาจากโรงงานเรียบร้อย

เช็คให้ชัวร์ ก่อนเลือกซื้อรถมือสองให้ได้รถสภาพใหม่ และราคาเหมาะสม

การเช็ครถมือสองให้ชัวร์ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถนั้น จะต้องมีการเช็ครถให้ชัวร์ก่อนที่จะทำการตกลงซื้อขายกัน ซึ่งจะต้องเลือกอย่างไรดี ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1.จะต้องดูปีของรถยนต์ด้วย

ซึ่งจะต้องดูด้วยว่า รถยนต์มือสองที่คุณต้องการซื้อนั้น เป็นปีไหน มีอายุการใช้งานมามากหรือน้อยเพียงใดบ้าง ซึ่งจะต้องดูด้วยว่า สภาพของรถนั้นใหม่หรือไม่

2.ดูภาพรวมของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ของรถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกและตรวจดูสภาพรถ รวมถึงเครื่องยนต์ด้วยว่า มีการยกเครื่องเปลี่ยนใหม่ หรือไม่ หรือจะเป็นเครื่องยนต์แบบเดิมที่มากับตัวรถตั้งแต่แรก มีการซ่อมเยอะไหม   ซึ่งจะต้องใช้ประสบการณ์ในการดูรถสักนิดนึงด้วย

3.ดูรายละเอียดภายในและภายนอกตัวรถ

ซึ่งในการเลือกรถยนต์มือสองนั้น  จะต้องเลือกและดูรายละเอียดทั้งภายในและภายนอก รวมถึงจะต้องศึกษาว่า รถยนต์มือสองแต่ละรุ่นนั้นได้มีรายละเอียดหรือตำหนิ ทั้งภายนอกและภายในอย่างไรบ้าง  เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันกับรุ่นที่คุณต้องการซื้อนั่นเอง พร้อมทั้งยังต้องศึกษารายละเอียดของรุ่นและปีของรถด้วยว่า เป็นรุ่นอะไรและปีไหนกันแน่ ซึ่งรถแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่นก็มีจุดสังเกตไม่เหมือนกัน นอกจากนี้จะต้องดูรายละเอียดอย่างอื่นเพิมเติมด้วย  เช่นระบบไฟฟ้า และระบบต่าง ๆ ภายในรถยนต์

4.มีประกันหรือไม่

จะต้องมีการตรวจสอบด้วยว่า มีการประกันหรือไม่ ซึ่งหากว่าเป็นรถยนต์ที่มีประกันมาด้วย จะดีมาก

5.รถยนต์มือสองสภาพเดิม

สำหรับรถยนต์มือสองที่ไม่ได้มีการดัดแปลงอะไรเลย นั้นเป็นรถยนต์มือสองที่ดีที่สุด เนื่องจากว่าการดัดแปลงสภาพนั้น อาจจะไม่ได้ดีแบบรถยนต์แบบเดิม และนอกจากนี้รถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกอย่างพิจารณา และสังเกตให้ดีก่อน

และก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์มือสองนั้น จะต้องเลือกอย่างใส่ใจในรายละเอียด ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ ตัดสินใจ เพื่อให้คุณได้เลือกรถอย่างดีที่สุด นั่นเอง  อีกทั้งในเรื่องของการประกันรถยนต์ที่ยังไม่ถึง 10ปี ก็สามารถซื้อประกันชั้น 1 ได้ หากว่ารถยนต์ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 10-15 ปีสามารถซื้อประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ 3 ส่วนรถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี สามารถลือกซื้อประกันภัยชั้น 3 ซึ่งจะมีความเหมะสมกว่า ด้วยราคา     เป็นอย่างไรกันบ้างกับเทคนิคการเลือกรถยนต์มือสอง เพื่อให้คุณเลือกรถยนต์มือสองที่มีสภาพดี และยังเป็นรถยนต์มือสองที่มีความเหมาสมในเรื่องของสภาพ และระบบทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังเป็นรถยนต์มือสองที่มีความเหมาะสมในเรื่องของราคาอีกด้วย